อิสราเอลประกาศโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ครั้งใหม่ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สาบานว่าจะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน และกล่าวว่าสงครามอาจกินเวลานานหลายสัปดาห์
อิสราเอลเดินหน้าโจมตีเตหะราน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ในเตหะราน 2 วันหลังจากเริ่มปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
"กองทัพอากาศอิสราเอล...ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ต่อระบอบก่อการร้ายอิหร่านใจกลางเตหะราน" กองทัพกล่าวในแถลงการณ์
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตรียมชี้แจงเหตุผลในการทำสงคราม
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ จะชี้แจงเหตุผลต่อสภาคองเกรสในวันอังคารนี้ เกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน
โฆษกทำเนียบขาว ดีแลน จอห์นสัน เผยว่า รูบิโอ รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ผู้อำนวยการซีไอเอ จอห์น แรตคลิฟฟ์ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก แดน เคน “จะชี้แจงต่อสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภาของสภาคองเกรส”
ทรัมป์สาบานว่าจะแก้แค้นให้ทหารสหรัฐฯ
ทรัมป์สาบานว่าจะแก้แค้นให้กับทหารสหรัฐฯ 3 นายที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน พร้อมเตือนว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นต่อสู้ โดยกล่าวว่า “อเมริกาอยู่เคียงข้างคุณ” และเตือนกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของประเทศให้ยอมจำนนหรือเผชิญกับ “ความตายอย่างแน่นอน”
ทรัมป์เผยสงครามอาจกินเวลา '4 สัปดาห์'
ทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดการณ์ว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออหร่านจะกินเวลา 4 สัปดาห์ โดยการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านและทำลายขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ
“มันเป็นกระบวนการ 4 สัปดาห์เสมอ เราคิดว่ามันจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์” ทรัมป์เผยกับหนังสือพิมพ์ Daily Mail ของอังกฤษระหว่างการให้สัมภาษณ์หลายครั้ง
“ถึงแม้ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เป็นประเทศใหญ่ มันจะใช้เวลา 4 สัปดาห์ หรือน้อยกว่านั้น” ทรัมป์กล่าว
บริษัท Maersk ระงับการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
บริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ Maersk ระบุว่า บริษัทกำลังระงับการผ่านคลองสุเอซและช่องแคบฮอร์มุซด้วยเหตุผลด้าน “ความปลอดภัย”
กลุ่มบริษัทสัญชาติเดนมาร์กแห่งนี้เป็นกลุ่มบริษัทขนส่งล่าสุดในหลายกลุ่มที่ประกาศเช่นเดียวกัน หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบเมื่อวันเสาร์
ประเทศกลุ่มอ่าวประกาศปกป้องตนเอง
ประเทศกลุ่มอ่าวให้คำมั่นว่าจะปกป้องตนเองจากการโจมตีของอิหร่าน รวมถึงการ “ตอบโต้การรุกราน” หากจำเป็น หลังจากที่สภาความร่วมมืออ่าว (GCC) ประชุมผ่านวิดีโอลิงก์เพื่อกำหนดแนวทางการตอบโต้ที่เป็นเอกภาพ
อังกฤษไฟเขียวให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพ
นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษตกลงที่จะอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสหราชอาณาจักรเพื่อยิงโจมตี “ป้องกัน” โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายขีปนาวุธและแท่นยิงของอิหร่าน แต่จะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีในขณะนี้
กองบัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติถูกทำลาย
กองทัพสหรัฐฯ ประกาศว่า ได้ทำลายกองบัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) แล้ว
“อเมริกาเป็นกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก และ IRGC ไม่มีกองบัญชาการอีกต่อไปแล้ว” กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM กล่าวในแถลงการณ์ โดยเสริมว่าการโจมตีเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า “ได้โจมตีศูนย์บัญชาการทางทหารของระบอบการปกครองหลายสิบแห่ง รวมถึงสำนักงานใหญ่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สำนักงานใหญ่หน่วยข่าวกรอง ศูนย์บัญชาการกองทัพอากาศ IRGC และสำนักงานใหญ่หน่วยรักษาความมั่นคงภายใน”
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับ
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปิดสถานทูตในอิหร่านและเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศ หลังจากอิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างต่อเนื่อง
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ “การโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างโจ่งแจ้งของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังดินแดนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่ก้าวร้าวที่โจมตีพื้นที่พลเรือน รวมถึงพื้นที่อยู่อาศัย สนามบิน ท่าเรือ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และทำให้พลเรือนที่ไม่มีทางป้องกันตนเองตกอยู่ในอันตราย”
สหภาพยุโรปเสริมกำลังปฏิบัติการทางทะเล
สหภาพยุโรปจะเสริมกำลังปฏิบัติการทางทะเลในทะเลแดงด้วยเรือเพิ่มเติม เนื่องจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล ซึ่งคุกคามการจราจรทางทะเล
เรือฝรั่งเศสใหม่ 2 ลำจะเข้าร่วมภารกิจ Aspides ของสหภาพยุโรป ทำให้จำนวนเรือรบที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 5 ลำ
คำเตือนจากสหภาพยุโรป
นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรปเตือนว่า ตะวันออกกลาง “อาจสูญเสียอย่างใหญ่หลวงจากสงครามที่ยืดเยื้อ” พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านงดเว้นจากการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมายเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิหร่านจะต้องไม่นำไปสู่การยกระดับที่อาจคุกคามตะวันออกกลาง ยุโรป และที่อื่นๆ ด้วยผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้” คายา คัลลาส กล่าวในนามของ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หลังจากการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีต่างประเทศ
Photo by ROBERTO SCHMIDT / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP





