รายงานข่าวกรองล่าสุดจากสหรัฐฯ ระบุว่า แท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านประมาณครึ่งหนึ่งยังคงใช้งานได้ และโดรนโจมตีทางเดียวอีกหลายพันลำยังคงอยู่ในคลังแสงของอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตีเป้าหมายทางทหารอย่างต่อเนื่องตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาก็ตาม
ตัวเลขการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ อาจรวมถึงแท่นยิงที่เข้าถึงไม่ได้ในขณะนี้ เช่น แท่นยิงที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินจากการโจมตีแต่ยังไม่ถูกทำลาย “พวกเขา (อิหร่าน) ยังคงพร้อมที่จะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงไปทั่วทั้งภูมิภาค” แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวถึงอิหร่าน
“โดรนของอิหร่านยังคงมีอยู่หลายพันลำ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 50% ของขีดความสามารถด้านโดรนของประเทศ ข้อมูลข่าวกรองที่รวบรวมในไม่กี่วันที่ผ่านมายังแสดงให้เห็นว่า ขีปนาวุธร่อนป้องกันชายฝั่งของอิหร่านจำนวนมากยังคงใช้งานได้”
— แหล่งข่าว 2 รายกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับที่สหรัฐฯ ไม่ได้มุ่งเน้นการโจมตีทางอากาศไปที่เป้าหมายทางทหารชายฝั่ง แม้ว่าจะโจมตีเรือได้ก็ตาม
ขณะที่ แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อต้องการโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์อย่างสุดกำลัง และลดทอนผลงานอันน่าทึ่งของกองทัพสหรัฐฯ ในการบรรลุเป้าหมายของปฏิบัติการ ‘Operation Epic Fury’...การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงไป 90% กองทัพเรือของพวกเขาถูกทำลาย โรงงานผลิต 2 ใน 3 ก็ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย”
“ระบอบการปกครองของผู้ก่อการร้ายกำลังถูกทำลายล้างทางทหาร และสถานการณ์ที่ย่ำแย่ของพวกเขาก็เลวร้ายลงทุกวัน ความหวังเดียวของพวกเขาคือ ‘การทำข้อตกลงกับรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์’ และละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ไปตลอดกาล มิเช่นนั้น พวกเขาจะถูกโจมตีหนักกว่าที่เคยถูกโจมตีมาก่อน” เคลลี กล่าว
ด้าน ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โต้แย้งรายงานข่าวกรองที่ CNN นำเสนอ โดยกล่าวว่า “กองทัพสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบอบการปกครองของอิหร่าน เราดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทางทหารได้เร็วกว่ากำหนดการมาก ทั้งการทำลายคลังขีปนาวุธของอิหร่าน ทำลายกองทัพเรือของพวกเขา ทำลายกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นตัวแทนของพวกเขา และเพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้”
แหล่งข่าวที่ทราบการประเมินข่าวกรองสหรัฐฯ และแหล่งข่าวอิสราเอลเผยว่า “เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลประเมินว่าจำนวนตัวยิงขีปนาวุธที่ใช้งานได้ของอิหร่านเหลืออยู่ประมาณ 20-25% เท่านั้น” แต่อิสราเอลยังไม่ได้นับรวมฐานยิงที่เหลืออยู่ซึ่งถูกฝัง หรือทำให้เข้าถึงไม่ได้ในถ้ำและอุโมงค์
เมื่อวันพุธ (1 เม.ย.) ที่ผ่านมา ทรัมป์กำหนดกรอบเวลาในการยุติปฏิบัติการของสหรัฐฯ ไว้ที่ 2-3 สัปดาห์ แต่แหล่งข่าวแรกที่ได้ตรวจสอบการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ กล่าวว่า “กรอบเวลา 2-3 สัปดาห์ไม่สมจริง เนื่องจากอิหร่านยังมีศักยภาพในการใช้งานขีปนาวุธอีกมาก คุณคิดผิดแล้วถ้าคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงใน 2 สัปดาห์”
“ความสามารถในการซ่อนตัวอยู่ใต้ดินเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เครื่องยิงขีปนาวุธไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ อิหร่านซ่อนเครื่องยิงขีปนาวุธไว้ในเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำขนาดใหญ่มานานหลายทศวรรษแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งเช่นนี้ ทำให้ยากต่อการโจมตีเป็นพิเศษ”
— แหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับการประเมินข่าวกรองล่าสุดเปิดเผยกับ CNN
“ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธร่อนชายฝั่งอาจยังคงอยู่เกือบครบถ้วน เนื่องจากไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ...ขีดความสามารถเหล่านั้นอาจถูกซ่อนไว้ใต้ดิน ทำให้ยากต่อการค้นหา ขณะที่กองกำลังทางเรือที่แยกต่างหากของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ยังคงมีขีดความสามารถอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง...IRGC ยังคงมีเรือขนาดเล็กและเรือผิวน้ำไร้คนขับเหลืออยู่หลายร้อยลำ หรืออาจถึงหลายพันลำ” แหล่งข่าวแรก กล่าว
แอนนิกา กันเซเวลด์ ผู้เชี่ยวชาญอิหร่านจากสถาบัน ‘American Enterprise Institute’ เผยว่า “สหรัฐฯ และอิสราเอลได้กำหนดเป้าหมายไปที่ทางเข้าอุโมงค์และสิ่งอำนวยความสะดวกใต้ดินเหล่านั้นมากขึ้น รวมถึงใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น รถดันดินและอุปกรณ์หนักอื่นๆ เพื่อพยายามเข้าถึงขีปนาวุธเหล่านั้น”
“ยังมีสิ่งที่หลงเหลืออยู่ทั้งกลุ่มตัวแทนและโดรน อีกทั้งอิหร่านยังเพิ่งแสดงให้เห็นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าพวกเขายังคงมีความสามารถในการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบได้ ดังนั้นจึงยังมีสิ่งที่ต้องโจมตีอีกมาก หากสหรัฐฯ ต้องการทำลายขีดความสามารถเหล่านี้ให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง” กันเซเวลด์ กล่าวเสริม
(Photo by Satellite image ©2025 Maxar Technologies / AFP)





