กัปตันทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า “เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ยิงโดรนของอิหร่านตกเมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) ที่ผ่านมา ซึ่งโดรนดังกล่าว ‘เข้าใกล้เรือสหรัฐฯ ในทะเลอาหรับอย่างก้าวร้าว’ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เรือปืน 2 ลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) จะเข้าใกล้เรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ และขู่ว่าจะขึ้นไปยึดเรือ”
เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะเจรจาทางการทูตในวันศุกร์ (6 ก.พ.) เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะทางทหาร
“โดรนของอิหร่านยังคงบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) แม้ว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะใช้มาตรการลดความตึงเครียดในน่านน้ำสากลแล้วก็ตาม เครื่องบินขับไล่ F-35C จากเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นยิงโดรนอิหร่านตกเพื่อปกป้องเรือบรรทุกเครื่องบินและบุคลากร...ไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ และไม่มีอุปกรณ์ของสหรัฐฯ เสียหาย”
— ฮอว์กินส์ กล่าว
สำนักข่าว Tasnim News Agency ของรัฐบาลอิหร่านรายงานเมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) ว่า “อิหร่านขาดการติดต่อกับโดรนของกองกำลัง IRGC ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจ ‘ลาดตระเวน และสอดแนม และถ่ายภาพ’ เหนือน่านน้ำสากลของทะเลอาหรับ”
สำนักข่าวอ้างแหล่งข่าวอิหร่านที่น่าเชื่อถือว่า “โดรนลำดังกล่าวได้ส่งภาพวิดีโอการสอดแนมและลาดตระเวนไปยังผู้ควบคุมที่ศูนย์บัญชาการ IRGC สำเร็จแล้วก่อนที่จะขาดการติดต่อ ส่วนสาเหตุของการขาดการติดต่อนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน และจะประกาศรายละเอียดเมื่อได้รับการยืนยันแล้ว”
หลายชั่วโมงหลังจากการเผชิญหน้ากับโดรน เรือปืนของอิหร่าน 2 ลำก็ได้เคลื่อนเข้าใกล้เรือบรรทุกสารเคมี ‘M/V Stena Imperative’ ซึ่งเป็นเรือของชาวอเมริกันที่ติดธงชาติสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยแล่นผ่านเรือของสหรัฐฯ 3 ครั้งด้วยความเร็วสูง ขณะที่โดรนโมฮาเจอร์ (Mohajer) ของอิหร่านก็บินอยู่เหนือเรือด้วย
“ในระหว่างที่เรือปืนอิหร่านแล่นผ่านครั้งแรก อิหร่านได้ข่มขู่ทางวิทยุว่าจะขึ้นไปยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวซึ่งอยู่ในน่านน้ำสากล กองกำลังทหารสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ได้ตอบโต้เมื่อทราบถึงภัยคุกคามจากอิหร่าน เรือพิฆาตยูเอสเอส แมคฟอล (USS McFaul) ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันออกจากพื้นที่พร้อมกับการสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ สถานการณ์จึงคลี่คลายลงในที่สุด”
— ฮอว์กินส์ กล่าว
ฮอว์กินส์กล่าวเสริมว่า “พฤติกรรมของอิหร่านเป็นตัวอย่างของ ‘ความไม่เป็นมืออาชีพและก้าวร้าว’ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการคำนวณผิดพลาดสำหรับเรือที่ปฏิบัติการในพื้นที่ และสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับการก่อกวนในน่านน้ำสากล”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ท่ามกลางการหารือเกี่ยวกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์และการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน
ดูเหมือนว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่วางแผนไว้ในปลายสัปดาห์นี้กำลังประสบปัญหาในวันอังคาร (3 ก.พ.) หลังจากที่อิหร่านขอให้ย้ายสถานที่เจรจา ตัดผู้เข้าร่วมในภูมิภาคออกจากการเจรจา และขอให้จำกัดขอบเขตการหารือเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ
ข้อเรียกร้องใหม่ของอิหร่านอาจทำให้ความพยายามของพันธมิตรในตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการทูตเกี่ยวกับความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ‘ซับซ้อนยิ่งขึ้น’
การเจรจาดังกล่าวได้กำหนดไว้ที่อิสตันบูล โดยคาดว่าจะมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากอียิปต์ โอมาน ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าร่วมด้วย แต่อิหร่านกำลังขอสถานที่เจรจาแห่งใหม่เป็น ‘โอมาน’ รัฐสุลต่านเล็กๆ ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเคยเป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมาก่อน
(Photo by : ZACHARY PEARSON / US NAVY / AFP)





