องค์การสหประชาชาติเตือนเมื่อวันอังคาร (23 ธ.ค.) ว่า รัฐบาลทหารของเมียนมากำลังใช้ความรุนแรงและการข่มขู่เพื่อบังคับให้ประชาชนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ซึ่งจัดโดยกองทัพ ขณะเดียวกันที่กลุ่มต่อต้านติดอาวุธฝ่ายตรงข้ามก็ใช้วิธีเดียวกันเพื่อขู่ไม่ให้คนไปใช้สิทธิ์
“รัฐบาลทหารในเมียนมาต้องหยุดใช้ความรุนแรงโหดร้ายเพื่อบังคับให้ประชาชนไปลงคะแนนเสียง และหยุดจับกุมประชาชนที่แสดงความเห็นต่าง”
— โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวในแถลงการณ์
รัฐบาลทหารของเมียนมาจะจัดการเลือกตั้งเฟสแรกในวันอาทิตยนี้ (28 ธ.ค.) โดยอ้างว่าการเลือกตั้งที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวดนี้เป็นการกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังจากกองทัพทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งเป็นต้นเหตุของสงครามกลางเมือง
ขณะนี้ อองซานซูจี อดีตผู้นำพลเรือนวัย 80 ปียังคงถูกจำคุก และพรรคของเธอซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากก็ถูกยุบไปแล้วหลังจากที่กองทัพทำรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021
ผู้สังเกตการณ์นานาชาติได้ปฏิเสธการเลือกตั้งที่แบ่งเป็นหลายเฟสเป็นเวลา 1 เดือนนี้ว่า “เป็นเพียงการเปลี่ยนโฉมใหม่ของเผด็จการทหาร”
ก่อนหน้านี้ เติร์ก เคยบอกกับสำนักข่าว AFP เมื่อเดือนที่แล้วว่า “การจัดการเลือกตั้งในเมียนมาภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนั้น ‘เป็นไปไม่ได้’” และเติร์กได้เตือนเมื่อวันอังคาร (23 ธ.ค.) ว่า “พลเรือนกำลังถูกคุกคามจากทั้งทางการทหารและกลุ่มฝ่ายค้านติดอาวุธในเรื่องการไปเลือกตั้ง”
คำแถลงของเติร์กเน้นย้ำถึงบุคคลหลายสิบคนที่ถูกควบคุมตัวภายใต้ ‘กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง’ เนื่องจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออก “หลายคนถูกตัดสินลงโทษ ‘อย่างรุนแรงมาก’ โดยยกตัวอย่างเยาวชน 3 คนในเขตหล่ายตยา เขตปกครองสำคัญแห่งหนึ่งในย่างกุ้งที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 42-49 ปี ฐานติดโปสเตอร์ต่อต้านการเลือกตั้ง”
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า “ได้รับรายงานจากผู้พลัดถิ่นในหลายส่วนของประเทศ รวมถึงเขตมัณฑะเลย์ ที่ได้รับคำเตือนว่าจะถูกโจมตี หรือถูกยึดบ้าน หากไม่กลับไปลงคะแนนเสียง”
เติร์ก เน้นย้ำว่า “การบังคับผู้พลัดถิ่นให้กลับประเทศมาแบบไม่ปลอดภัยและไม่สมัครใจ เป็นการ ‘ละเมิดสิทธิมนุษยชน’...นอกจากนี้ ประชาชนก็กำลังเผชิญกับ ‘ภัยคุกคามร้ายแรง’ จากกลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านกองทัพ รวมถึงครูผู้หญิง 9 คนจากไจก์ทิโย ที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะเดินทางไปเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จากนั้นพวกเธอก็ถูกปล่อยตัวพร้อมคำขู่จากผู้กระทำความผิด”
“การเลือกตั้งเหล่านี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมของความรุนแรงและการปราบปรามอย่างชัดเจน ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ สำหรับการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม หรือการชุมนุมอย่างสันติ ที่อนุญาตให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเสรีและมีความหมาย”
— เติร์ก กล่าว
(Photo by ROB KIM / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)



