เจ้าหน้าที่อาหรับกล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเตรียมให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่นๆ ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยการใช้กำลัง ซึ่งจะทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศแรกในอ่าวเปอร์เซียที่กลายเป็นคู่สงคราม หลังจากถูกอิหร่านโจมตี
“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมติอนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าว นักการทูตของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และมหาอำนาจทางทหารในยุโรปและเอเชียจัดตั้งพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบด้วยการใช้กำลัง”
— รายงาน ระบุ
“ประเทศได้ทบทวนศักยภาพในการช่วยเหลือด้านความมั่นคงของช่องแคบ รวมถึงความพยายามในการช่วยกวาดล้างทุ่นระเบิดและบริการสนับสนุนอื่นๆ” เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่อาหรับอื่นๆ บอกว่า “สหรัฐฯ ควรเข้ายึดครองเกาะต่างๆ ในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ รวมถึงเกาะอาบูมูซา ซึ่งอิหร่านยึดครองมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็อ้างสิทธิ์ในเกาะนี้เช่นกัน”
ซาอุดีอาระเบียและรัฐในอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ กำลังหันมาต่อต้านระบอบการปกครองของอิหร่าน และต้องการให้สงครามดำเนินต่อไปจนกว่าระบอบอิหร่านจะอ่อนแอ หรือโค่นล้มลง แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ส่งกำลังทหารเข้าร่วมรบก็ตาม ส่วนบาห์เรน พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ก็กำลังสนับสนุนมติของสหประชาชาติ โดยคาดว่าจะมีการลงคะแนนในวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.)
รัฐในอ่าวเปอร์เซียกำลังปฏิบัติตามนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการให้พันธมิตรแบกรับภาระในสงครามมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ The Wall Street Journal รายงานว่า “ทรัมป์บอกกับผู้ช่วยของเขาว่า เขาเต็มใจที่จะยุติสงครามโดยไม่ต้องเปิดช่องแคบอีกครั้ง โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประเทศอื่น ๆ”
“พวกเขา (รัฐในอ่าวเปอร์เซีย) อาจก้าวเข้าสู่สงครามนี้แล้วต้องเผชิญกับอิหร่านที่ก้าวร้าวมากขึ้น ต้องรับผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและอาจรวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน และจากนั้นก็ต้องดิ้นรนเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทรัมป์เลือกที่จะประกาศชัยชนะก่อนที่จะเปิดช่องแคบอีกครั้งหรือทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน”
— เอลิซาเบธ เดนต์ นักวิจัยจากสถาบันวอชิงตันเพื่อการวิเคราะห์นโยบายตะวันออกกลาง กล่าวถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้เผชิญอยู่
อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนใส่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปแล้วเกือบ 2,500 ลูก ซึ่งมากกว่าที่ยิงใส่ประเทศอื่นๆ รวมถึงอิสราเอล อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย พยายามหลีกเลี่ยงการกำหนดตัวเองว่าเป็นคู่สงครามอิหร่านมานานแล้ว
เจ้าหน้าที่ในอ่าวเปอร์เซียกล่าวว่า “จุดยืนของประเทศได้เปลี่ยนไปแล้ว ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เคยมองอิหร่านว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ยากลำบากและมีเหตุผลในการวางตัวทางการเมือง แต่การปะทุของสงครามได้เผยให้เห็นระบอบการปกครองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพยายามสร้างความตื่นตระหนกด้วยการโจมตีโรงแรมและสนามบินในดูไบ”
อย่างไรก็ดี ท่าทีใหม่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนที่สุดในความพยายามที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งออกพลังงาน ธุรกิจการขนส่ง และอาหาร
“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เชื่อว่าประเทศในเอเชียและยุโรปที่ลังเลอยู่ในขณะนี้จะช่วยเปิดช่องแคบหากได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”เจ้าหน้าที่ในอ่าวเปอร์เซีย กล่าว
(Photo by SEPAH NEWS / AFP)





