กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่อีกครั้ง โดยมุ่งเป้าไปที่ปฏิบัติการโดรนของอิหร่านที่เป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังสหรัฐฯ และการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานข่าวของอิหร่านที่อ้างว่า ‘มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือผ่านช่องทางยุทธศาสตร์ดังกล่าว’
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่เปิดเผยชื่อบอกกับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) ว่า “กองทัพได้ยิงโดรนโจมตีของอิหร่านตก 4 ลำ และโจมตีสถานีควบคุมภาคพื้นดินในเมืองท่าบันดาร์อับบาส ซึ่งกำลังเตรียมจะปล่อยโดรนลำที่ 5” ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“ปฏิบัติการเหล่านี้เป็นการดำเนินการที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ เป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองอย่างแท้จริง และมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิงเอาไว้”
— เจ้าหน้าที่สหรัฐ กล่าว
ขณะที่สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า “กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามได้ยิงขับไล่เรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ลำหนึ่งที่พยายามจะแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว ส่งผลให้เรือลำนั้นต้องหันหลังกลับ จากนั้นกองทัพสหรัฐฯ จึงได้โจมตีพื้นที่โล่งรอบเมืองท่าบันดาร์อับบาส ซึ่งไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายใด ๆ”
สื่ออิหร่านรายงานในเวลาต่อมาโดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่งว่า “มีเรือ 4 ลำพยายามที่จะแล่นผ่านช่องแคบในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) แต่ถูกบังคับให้ต้องหันหลังกลับหลังจากมีการยิงเตือนไปยังทิศทางของเรือเหล่านั้น”
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) ว่า เขาไม่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน พร้อมเผยว่าผู้นำอิหร่านคิดผิดที่จะเอาเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้มาบีบให้เขายอมทำข้อตกลง
“พวกเขาคิดว่าจะยื้อรอให้ผมหมดความอดทนไปเอง ประมาณว่า ‘เราจะรอให้เขาหมดวาระไปเอง เขามีการเลือกตั้งกลางเทอมรออยู่’ แต่ผมไม่สนใจเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอมหรอก”
— ทรัมป์กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว โดยอ้างถึงกลุ่มผู้นำของอิหร่าน
ในตอนแรก ทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่า “สงครามจะดำเนินไปเพียง 4-6 สัปดาห์” แต่ขณะนี้ความขัดแย้งกำลังเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว แม้ในบางครั้งเขาจะเคยพูดเป็นนัยว่า “ความขัดแย้งอาจยุติลงภายในไม่กี่วัน” แต่ต่อมากลับบอกว่า “มันอาจลากยาวไปอีกระยะหนึ่ง”
ทรัมป์แสดงความคิดเห็นดังกล่าวเมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) ในขณะที่เขากำลังหารือเกี่ยวกับแนวทางยุติความขัดแย้ง ซึ่งการไม่ใส่ใจต่อแรงกดดันเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอมของเขาอาจยิ่งเพิ่มความกังวลให้แก่กลุ่มพันธมิตรพรรครีพับลิกัน ที่ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้วกับคำพูดของเขาที่ลดทอนความสำคัญของผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามที่มีต่อชาวอเมริกัน
ความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับราคาสินค้าที่แพงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ได้กลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองที่ถาโถมเข้าใส่พรรครีพับลิกันของทรัมป์ ซึ่งถูกคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการรักษาเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสภาด้วย
(Photo by WIN MCNAMEE / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)





