รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาจ่ายเงินหลายพันดอลลาร์ให้แก่ชาวกรีนแลนด์ทุกคน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันให้ดินแดนแห่งนี้แยกตัวออกจากเดนมาร์กและรวมเข้ากับสหรัฐฯ
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังหารือถึงตัวเลขในการแจกเงินตั้งแต่ 10,000-100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 แสน-3 ล้านบาท) สำหรับประชากรกรีนแลนด์ประมาณ 57,000 คน ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจสูงถึงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) ถึงเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 แสนล้านบาท)
แม้ว่าการหารือเกี่ยวกับการจ่ายเงินก้อนใหญ่จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สำนักข่าว Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้หารือกันจริงจังมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาและกำลังพิจารณาจำนวนเงินที่สูงขึ้น
ทำเนียบขาวอ้างถึงคำกล่าวของ แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกประจำทำเนียบขาว ที่กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่า “การซื้อกรีนแลนด์จะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ...ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยและชัดเจนต่อทุกท่านและทั่วโลก ซึ่งท่านมองว่าการยับยั้งการรุกรานของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติกเป็นผลประโยชน์สูงสุดของสหรัฐฯ นั่นเป็นเหตุผลที่ทีมงานของท่านกำลังหารือกันถึงรูปแบบของการซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้น”
ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่า เขาจะพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือประเด็นกรีนแลนด์
ทรัมป์ยืนยันมานานแล้วว่าสหรัฐฯ ควรได้กรีนแลนด์มาครอบครอง โดยให้เหตุผลว่าทรัพยากรแร่ของกรีนแลนด์มีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารของสหรัฐฯ และซีกโลกตะวันตกควรอยู่ภายใต้อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ
เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “กรีนแลนด์ถูกล้อมรอบด้วยเรือของรัสเซียและจีน ขณะที่เดนมาร์กซึ่งเป็นผู้ปกครองกรีนแลนด์ ขาดความสามารถในการป้องกันและกำกับดูแลในระดับที่ตรงตามมาตรฐานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ”
“มันมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มาก เราต้องการกรีนแลนด์ในแง่ของความมั่นคงแห่งชาติ และเดนมาร์กจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้”
— ทรัมป์ กล่าว
ขณะที่ทางการในกรีนแลนด์และเดนมาร์กยืนยันว่า “จะไม่ขายกรีนแลนด์” และเหล่าผู้นำยุโรปก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็น ‘การบ่อนทำลายความไว้วางใจระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์กในฐานะพันธมิตร NATO’ ภายใต้ข้อตกลงป้องกันประเทศของ NATO ซึ่งพันธมิตรมีหน้าที่ต้องสนับสนุนทางทหารกันและกันหากถูกโจมตี นั่นจึงทำให้ประเด็นการขายกรีนแลนด์มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ
“กรีนแลนด์จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์กต่อไป แม้ว่าสหรัฐฯ จะพยายามก็ตาม ประเทศของเราไม่ใช่สิ่งที่คุณจะปฏิเสธ หรือยึดครองได้ตามใจชอบ ผมขอเรียกร้องอีกครั้งให้สหรัฐฯ แสวงหาการเจรจาอย่างเคารพซึ่งกันและกันผ่านช่องทางการทูตและการเมืองที่ถูกต้อง โดยใช้เวทีที่มีอยู่แล้วซึ่งอิงตามข้อตกลงที่มีอยู่กับสหรัฐฯ การเจรจาต้องเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าสถานะของกรีนแลนด์มีรากฐานมาจากกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการบูรณภาพแห่งดินแดน”
— นายกฯ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซ่น ของกรีนแลนด์ กล่าว
(Photo by Mandel NGAN / AFP)



