ทางการเมืองอุชัวยาของอาร์เจนฯ ‘ปฏิเสธ’ ไม่ได้เป็นแหล่งแพร่พันธุ์ไวรัสฮันตา

12 พ.ค. 2569 - 12:07

  • ทฤษฎีหนึ่งชี้ว่าผู้โดยสารอาจติดเชื้อจากสถานที่ทิ้งขยะบริเวณชานเมืองอุชัวยาที่เต็มไปด้วยหนูและแมลงสาบ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักไปดูนก แต่ทฤษฎีนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น

  • “ไม่มีบันทึกผู้ป่วยโรคฮันตาไวรัสในหมู่เกาะติเอร์ราเดลฟูเอโกของเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งเป็นปีที่ระบบเฝ้าระวังแห่งชาติกำหนดให้โรคนี้เป็นโรคที่ต้องรายงานอย่างเข้มงวด เราไม่เคยมีผู้ป่วยแม้แต่รายเดียวในติเอร์ราเดลฟูเอโก” เจ้าหน้าที่ กล่าว

ทางการเมืองอุชัวยาของอาร์เจนฯ ‘ปฏิเสธ’ ไม่ได้เป็นแหล่งแพร่พันธุ์ไวรัสฮันตา

หลังจากเรือสำราญ ‘MV Hondius’ แล่นออกจากเมืองอุชัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน เพื่อล่องเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังเคปเวิร์ด สาธารณรัฐกาบูเวร์ดี แต่ระหว่างแล่นกลางมหาสมุทรในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ตรวจพบว่ามีการระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญดังกล่าว จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้ป่วยอย่างน้อย 8 คน 

ทั้งนี้คาดว่าโรคอาจแพร่กระจายโดยสัตว์ฟันแทะ และอาจติดต่อจากคนสู่คนเรียกว่า ‘สายพันธุ์แอนดีส (Andes virus)’ ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ตรวจพบในกลุ่มผู้ป่วยบนเรือ     

กระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) เรือสำราญ ‘MV Hondius’ ก็เดินทางถึงเกาะเตเนริเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปน ทางการสเปนจึงทำการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือเกือบ 150 คนออกจากเรือและส่งตัวกลับบ้านหลังจากลอยลำอยู่กลางทะเลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ 

บนเรือมีผู้โดยสาร 114 คนและลูกเรือ 61 คนจาก 22 ประเทศ แม้จะเชื่อว่าไวรัสเข้ามาบนเรือ แต่ต้นตอที่แท้จริงและตัวตนของผู้ที่ติดเชื้อยังคงไม่ชัดเจน ความไม่แน่นอนนี้จึงกระตุ้นให้เกิดการคาดเดากันไปต่างๆ นานาในหมู่มวลภาคสื่อ

ทฤษฎีหนึ่งชี้ว่าผู้โดยสารอาจติดเชื้อจากสถานที่ทิ้งขยะบริเวณชานเมืองอุชัวยาที่เต็มไปด้วยหนูและแมลงสาบ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักไปดูนก แต่ทฤษฎีนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น 

“ไม่มีบันทึกผู้ป่วยไวรัสฮันตาในหมู่เกาะติเอร์ราเดลฟูเอโกของเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งเป็นปีที่ระบบเฝ้าระวังแห่งชาติกำหนดให้โรคนี้เป็นโรคที่ต้องรายงานอย่างเข้มงวด เราไม่เคยมีผู้ป่วยแม้แต่รายเดียวในติเอร์ราเดลฟูเอโก”

 ฮวน ฟาคุนโด เปตรินา ผู้อำนวยการทั่วไปด้านระบาดวิทยาและสุขภาพสิ่งแวดล้อมของจังหวัดติเอร์ราเดลฟูเอโก กล่าว   

เปตรินาเน้นย้ำว่าจังหวัดของเขาไม่น่าจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ และเขตระบาดของไวรัสฮันตาอยู่ห่างออกไปทางเหนือมากกว่า 1,500 กิโลเมตร (930 ไมล์) 

“ประการแรก เราไม่มีหนูหางยาวสายพันธุ์ย่อย ซึ่งเป็นพาหะนำโรค และเราก็ไม่ได้มีสภาพภูมิอากาศเดียวกันกับทางตอนเหนือของปาตาโกเนีย ทั้งในด้านความชื้นและอุณหภูมิ ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของไวรัส” 

“ประการที่สอง หากว่าหนูเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่ แต่ถ้าพื้นที่ปลายทางเป็น ‘เกาะ’ มันก็ยังมีอุปสรรคทางธรรมชาติ (ต้องว่ายน้ำข้ามเกาะ) ไม่ได้เข้ามาง่ายเหมือนพื้นที่ที่ติดกันบนแผ่นดิน เพราะพวกมันจะต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการข้ามช่องแคบมาเจลลันเพื่อแพร่เชื้อไปยังสายพันธุ์ท้องถิ่น ซึ่งนั่นเป็นอุปสรรคเพิ่มเติม นอกเหนือจากเรื่องสภาพภูมิอากาศ” 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นด้วยกับเปตรินาว่า “การติดเชื้อไม่น่าจะเกิดขึ้นที่หมู่เกาะติเอร์ราเดลฟูเอโก” ขณะเดียวกัน รัฐบาลแห่งชาติของอาร์เจนตินาก็ได้ประกาศว่าจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบว่ามีร่องรอยของไวรัสฮันตาหรือไม่ หรือว่าหนูหางยาวได้แพร่กระจายเข้าไปในภูมิภาคนี้แล้วหรือยัง 

“กรณีนี้ต้องการการศึกษาเพิ่มเติม เพราะระบบนิเวศกำลังเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น หนูนาแคระหางยาว ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมในเทือกเขาแอนดีสปาตาโกเนียและทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา แต่ปัจจุบันก็พบได้ในจังหวัดบัวโนสไอเรส ร่วมกับหนูชนิดอื่น ๆ ที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคนี้” 

เอดูอาร์โด โลเปซ นักระบาดวิทยา หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์และโรคติดเชื้อที่โรงพยาบาลเด็กริคาร์โด กูเตียร์เรซในบัวโนสไอเรส กล่าว 

“การไม่มีผู้ติดเชื้อที่นี่ (หมู่เกาะติเอร์ราเดลฟูเอโก) เป็นเรื่องที่น่าอุ่นใจมาก ผู้คนต่างถามว่ามีการติดเชื้อในจังหวัดจริงหรือไม่ และข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีรายงานผู้ป่วยที่นี่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ เชื้ออาจมาจากทางใต้ ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่มันไม่ได้แพร่จากที่นี่ อโดนิส คาร์วาฮาล ผู้ทำงานให้กับบริษัททัวร์กล่าว   

(Photo by JORGE GUERRERO / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์