“ไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” คำทักทายแรกของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ต่อมวลชนคนเสื้อแดงหลายร้อยคนที่มาต้อนรับการกลับมาของนายกฯ ผู้เป็นที่รักของพวกเขา จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้อดีตผู้นำไทยคนนี้จะลี้ภัยไปอยู่ต่างแดนมา 20 ปี และ 8 เดือนที่อยู่ในเรือนจำ แต่เขาก็ยังถูกมองว่ามีอิทธิพลอย่างมากต่อการเมืองไทย
ทั้งสื่อไทยและต่างชาติต่างพากันพาดหัวข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ของไทยได้รับ ‘การพักโทษ’ ออกจากเรือนจำแล้ว” ขณะเดียวกันสื่อต่างประเทศก็ถามทักษิณว่า “รู้สึกอย่างไรหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว?” ทักษิณก็ตอบว่า “Relief” หรือที่แปลว่า “โล่งใจ ผ่อนคลาย”
หลังจากนี้ อนาคตทางการเมืองของเขายังคงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน แม้พรรคเพื่อไทยจะยืนยันว่า “นับจากนี้ไปเขาจะอยู่เบื้องหลัง” แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการคาดเดากันไปต่างๆ นานาของสื่อเกี่ยวกับอิทธิพลและบทบาทที่เขาอาจจะยังมีต่อการเมืองไทยได้
BBC รายงานว่า “ความนิยมที่ต่อเนื่องของทักษิณนั้นเห็นได้ชัดเจนจากนอกเรือนจำ ที่มีผู้สนับสนุนของเขามารวมตัวกันมากมายหลายร้อยคน”
หนึ่งในนั้นคือ คุณเมษา ซึ่งขับรถมาไกลถึง 700 กิโลเมตร (435 ไมล์) เพื่อมาให้กำลังใจทักษิณหลังจากได้รับการปล่อยตัว “วันนี้ฉันนำลิ้นจี่มาให้เขา 20 กิโลกรัม ฉันรู้ว่าเขาชอบ ตอนนี้เขาเป็นอิสระแล้ว ฉันอยากให้เขากินอะไรดีๆ” เธอบอกกับ BBC พร้อมกล่าวเสริมว่าเธอหวังว่าเขาจะสานต่ออาชีพทางการเมืองต่อไป
“ฉันอยากให้เขาช่วยเหลือประเทศ ช่วยเหลือผู้คนที่กำลังทุกข์ทรมานอย่างมากในตอนนี้...มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำตามที่สัญญาไว้ได้”เธอ กล่าว
แต่ดูเหมือนว่าบทบาทของ ‘ทักษิณ’ ในคราวนี้จะแตกต่างออกไปจริงๆ...

ทักษิณถูกสั่งจำคุกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังศาลฎีกาตัดสินว่า “ตลอด 6 เดือนที่เขาใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจหลังจากกลับมาประเทศไทยนั้นเป็นเพียงอุบายเพื่อหลีกเลี่ยงการรับโทษ”
ในขณะที่ทักษิณถูกจำคุก พรรคเพื่อไทยก็ประสบกับผลการเลือกตั้งทั่วไปที่ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 ตามหลังพรรคประชาชนและภูมิใจไทย ซึ่งได้รับคะแนนนิยมล้นหลามจากกระแสชาตินิยมที่พุ่งสูงขึ้นหลังสงครามชายแดนกับกัมพูชา ทำให้พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยอมรับบทบาทเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐบาลชุดใหม่ของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
“ทักษิณพักโทษออกมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเมืองใหม่...พรรคเพื่อไทยถูกลดบทบาทลงเหลือเพียงแค่พรรคระดับกลาง คุณไม่มีทางตัดทักษิณออกจากการเมืองได้เลย แต่ความท้าทายที่เขาและพรรคเพื่อไทยต้องเผชิญนั้นแตกต่างจากที่เคยเผชิญในอดีต”
— เมธิส โลหเตปานนท์ นักวิเคราะห์การเมือง กล่าว
เมธิส กล่าวเสริมว่า “พรรคเพื่อไทยจะต้องตัดสินใจว่า การที่ทักษิณกลับมาเล่นการเมืองอย่างเปิดเผยจะช่วยเพิ่มคะแนนนิยมให้แก่พรรคหรือไม่ หรือว่าพรรคจะได้รับประโยชน์มากกว่าหากให้ความสำคัญกับผู้นำรุ่นใหม่”
ขณะที่ ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มองว่า “การปล่อยตัวทักษิณอาจช่วยฟื้นฟูพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นพรรคที่มีอำนาจมาก่อน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน หลังจากพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์”
“แต่ทักษิณต้องระมัดระวังให้มาก เขาต้องไม่เดินเกมพลาด ถ้าเขาอยู่เบื้องหลังจะดีกว่า แต่ก็น่าสงสัยว่าคนที่มีบุคลิกแบบเขาจะทนอยู่หลังฉากได้นานแค่ไหน” ดร.ฐิติพล กล่าว
BBC รายงานว่า ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดในประเทศไทยว่าเหตุใด ‘ข้อตกลงครั้งใหญ่’ กับกลุ่มฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งเคยทำให้ทักษิณได้ยุติการลี้ภัยอันยาวนานในปี 2023 จึงล่มสลายอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายอนุรักษนิยมตั้งใจจะใช้ศาลเป็นเครื่องมือเพื่อล้มล้างรัฐบาลที่พรรคของเขานำทัพอยู่แล้วหรือไม่? เพราะเคสของอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ที่พรรคเลือกให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ก็ถูกศาลสั่งให้พ้นจากตำแหน่งด้วยข้ออ้างที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
หรือว่าฝ่ายอนุรักษนิยมถูกยั่วยุให้เคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ เพียงแค่เพราะทักษิณไม่ยอมอยู่เบื้องหลัง แล้วดันทุรังที่จะขับเคลื่อนวาระของพรรค และการเข้าไปสำรวจธุรกิจในด้านใหม่ๆ ที่เป็นที่ถกเถียงกัน?
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ความไม่ไว้วางใจระหว่างทักษิณและกลุ่มอนุรักษนิยมไทยในขณะนี้น่าจะไม่สามารถเยียวยาได้อีกแล้ว แม้ว่าทักษิณยังคงอยากมีบทบาททางการเมืองที่โดดเด่น แต่เกือบแน่นอนแล้วว่าเขาจะไม่มีทางได้รับบทบาทนั้น
“ช่วง 25 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย อาจกล่าวได้ว่าเป็น ‘ยุคของทักษิณ’ แต่ยุคสมัยนั้นก็ดูเหมือนจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเต็มที”
— BBC วิเคราะห์
(Photo by LILLIAN SUWANRUMPHA / AFP)





