ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบกับผู้นำจีน สี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ ทางฟากฝั่งไต้หวันก็กำลังเฝ้ารอดูอย่างใจจดใจจ่อว่าสถานะทางการเมืองและการจัดซื้ออาวุธที่สำคัญของไต้หวันจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือระหว่างผู้นำทั้งสองหรือไม่
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ไต้หวันจะแสดงความมั่นใจในความแข็งแกร่งของความร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย แต่เจ้าหน้าที่และนักวิเคราะห์ของสหรัฐฯ ทั้งในปัจจุบันและอดีตบางส่วนก็ตั้งคำถามว่า ‘ทรัมป์ซึ่งมีแนวคิดแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อาจยอมผ่อนปรน หรือมอบสิ่งแลกเปลี่ยนบางประการให้แก่ สี จิ้นผิง ในประเด็นไต้หวันหรือไม่’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขาต้องการความช่วยเหลือจากผู้นำจีนในการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน
ภายใต้นโยบาย ‘จีนเดียว’ ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน สหรัฐฯ ยอมรับจุดยืนของจีนที่ว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน” แต่ไม่เคยรับรองอย่างเป็นทางการถึงการอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือไต้หวัน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็รักษาความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการกับไต้หวัน และได้ขายอาวุธขั้นสูงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับดินแดนแห่งนี้ แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงคงวางตัว ‘คลุมเครือโดยตั้งใจ’ ว่าสหรัฐฯ จะช่วยไต้หวันหรือไม่ หากจีนโจมตีไต้หวัน
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์จะกล่าวว่า“นโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็มีความกังวลว่าทรัมป์อาจบ่อนทำลายไต้หวัน ไม่ว่าจะด้วยการกระทำ หรือคำพูดโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม”
เมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะหารือเรื่องการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับไต้หวันกับสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นคำพูดที่ยิ่งทำให้เกิดความกังวลว่าการขายอาวุธในอนาคตอาจตกอยู่ในความเสี่ยง “ผมจะหารือเรื่องนั้น...ประธานาธิบดีสีคงไม่อยากให้เราทำ และผมจะหารือเรื่องนั้น” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขายอาวุธให้กับไต้หวันมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.52 แสนล้านบาท) ขณะที่ทางจีนนั้น ได้คัดค้านการขายอาวุธให้กับไต้หวันมาโดยตลอด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า “ประวัติการขายอาวุธให้ไต้หวันของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการขายมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.55 แสนล้านบาท) ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยครั้งนั้นเป็นการขายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ถือเป็นสัญญาณแสดงถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน”
“ในระหว่างการเยือนของทรัมป์นั้น สี จิ้นผิง อาจพยายามกดดันให้ทรัมป์ยอมให้สิ่งแลกเปลี่ยนบางประการ ซึ่งจีนอาจประกาศในภายหลัง...ข้อแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจหมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ไต้หวัน การวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีไต้หวัน หรือการตกลงโดยปริยายที่จะไม่ดำเนินการขายอาวุธครั้งใหญ่ครั้งต่อไปให้ไต้หวัน”
— อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าว
ไต้หวันจับตาประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์-สี อย่างใจจดใจจ่อ...

หลิน เจียหลง รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวัน กล่าวในสัปดาห์นี้ว่าเขายังคงมั่นใจในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นกับไต้หวันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านโยบายเกี่ยวกับไต้หวันจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เขาก็ยอมรับถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดครั้งนี้ “แน่นอน เราหวังว่าการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง จะไม่ก่อให้เกิดเรื่องเซอร์ไพรส์ใดๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน”
“สิ่งที่เรากลัวที่สุดคือการที่ไต้หวันจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการเจรจาระหว่างสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์ เรากังวล และเราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”
— ฟรองซัวส์ อู๋ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เผย
ด้านแหล่งข่าวกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาถึงการสนับสนุนไต้หวันอย่างแน่วแน่ ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อไต้หวันเกี่ยวกับการประชุมระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ครั้งนี้ ไม่ใช่ตัวทรัมป์เอง แต่เป็นจีนต่างหาก”
(Photo by BRENDAN SMIALOWSKI / POOL / AFP)





