‘สีหศักดิ์’ โต้กัมพูชาใส่ร้ายไทยกลางเวทียูเอ็น ถามกลับต้องการสันติภาพหรือความขัดแย้งกันแน่

25 ก.พ. 2569 - 10:58

  •   รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชากล่าวหาไทยในการประชุม UNHRC ว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา

  • รมว.ต่างประเทศของไทยชี้แจงว่า กัมพูชาใส่ร้ายประเทศไทยด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และคำพูดที่บิดเบือน

  • ในเรื่องสแกมเมอร์ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยอยู่ในแนวหน้าของผลกระทบ ไทยจะยังคงผลักดันความร่วมมือเพื่อกำจัดเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ให้หมดไป

‘สีหศักดิ์’ โต้กัมพูชาใส่ร้ายไทยกลางเวทียูเอ็น ถามกลับต้องการสันติภาพหรือความขัดแย้งกันแน่

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวในการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) สมัยที่ 61 โดยมีการพูดถึงปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และตอบโต้คำกล่าวของ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่กล่าวหาไทยในการประชุมก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจึงถามกลับไปยังกัมพูชาว่าต้องการเลือกหนทางไปสู่สันติภาพหรือหนทางไปสู่ความขัดแย้ง

นายสีหศักดิ์ แถลงว่า ความท้าทายของสิทธิมนุษยชนในวันนี้อาจมาจากหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อสิทธิมนุษยชนในเวลานี้คือ การขยายตัวของอาญชากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ที่ทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมนี้ ที่กำลังขยายตัวในระดับอุตสาหกรรม ไปสู่วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชน โดยปฏิบัติการเหล่านี้เติบโตได้เมื่อประเทศที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการมีความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย ไทยอยู่ในแนวหน้าของผลกระทบและความพยายามของนานาชาติในการแก้ไขปัญหานี้ และไทยจะยังคงผลักดันความร่วมมือเพื่อกำจัดเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ให้หมดไป

นายสีหศักดิ์กล่าวตอบโต้ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาว่า ในตอนแรกตั้งใจจะพูดถึงความท้าทายของสิทธิมนุษยชนและการทำงานที่สำคัญของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ แต่เป็นอีกครั้งที่จำเป็นต้องตอบโต้คำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพราะแทนที่กัมพูชาจะมุ่งเดินหน้าไปสู่สันติภาพตามที่เคยบอก แต่กัมพูชาเลือกที่จะใส่ร้ายประเทศไทยด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และคำพูดที่บิดเบือนอีกครั้ง

นายสีหศักดิ์ยังย้อนไปถึงต้นตอของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ว่ามาจากการที่กัมพูชารุกล้ำพื้นที่ของไทยมาตลอดหลายปี และมีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพยายามในการแทรกแซงการเมืองภายในของไทย จนนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ทำให้พลเรือนเสียชีวิต ส่วนการที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา ความจริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจาหยุดยิงและตกลงร่วมกันให้ทหารประจำอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าไทยมีเจตนาที่ดีให้กับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด อาทิ เคยช่วยเหลือกัมพูชาในช่วงสงครามกลางเมือง เพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้

“ในวันนี้ไทยและกัมพูชามีการหยุดยิง นี่ควรเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเดินหน้าต่อไปในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แทนที่กัมพูชาจะมุ่งให้ความสำคัญไปกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ กัมพูชากลับเดินหน้าผลักดันปัญหาทวิภาคีในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งทำลายหนทางไปสู่สันติภาพ” นายสีหศักดิ์กล่าว และย้ำว่า ไทยต้องการคลี่คลายความตึงเครียด ไม่ใช่การปลุกปั่นความรู้สึกของสาธารณชน และทุกวันนี้ ทหารไทยยังเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บและยังคงมีการยิงกระสุนปืนข้ามชายแดน

นายสีหศักดิ์ปิดท้ายว่า ไทยเปิดกว้างที่จะมีการพูดคุย และขอย้ำอีกครั้งว่าไทยมีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนคนไทยอย่างสุดความสามารถ จึงขอถามกลับไปยังฝ่ายกัมพูชาว่า ต้องการเลือกหนทางไปสู่สันติภาพหรือหนทางไปสู่ความตึงเครียดและความขัดแย้ง ที่จะนำไปสู่ความสูญเสียและความเจ็บปวดมากขึ้น ไทยชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าเลือกเส้นทางใด จึงขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะเดินหน้าต่อกับไทยในเส้นทางใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์