ฮุน มาเนต ยอมรับเครือข่ายสแกมเมอร์กำลังทำลายเศรษฐกิจกัมพูชา ปัดรัฐบาลได้ประโยชน์จากศูนย์สแกม

26 ก.พ. 2569 - 15:14

  • ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชาให้สัมภาษณ์ว่า “เครือข่ายการหลอกลวง หรือที่เราเรียกว่า ‘เศรษฐกิจมืด’ กำลัง ‘ทำลาย’ เศรษฐกิจที่สุจริตของกัมพูชา...”

  • เขายอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวช่วยกระตุ้นธุรกิจบางอย่างทางอ้อมและสร้างงานในประเทศ แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้

ฮุน มาเนต ยอมรับเครือข่ายสแกมเมอร์กำลังทำลายเศรษฐกิจกัมพูชา ปัดรัฐบาลได้ประโยชน์จากศูนย์สแกม

ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า เครือข่ายการหลอกลวง หรือที่เราเรียกว่า ‘เศรษฐกิจมืด’  กำลัง ‘ทำลาย’ เศรษฐกิจที่สุจริตของกัมพูชา มันทำให้กัมพูชามีชื่อเสียงที่ไม่ดี นี่คือเหตุผลที่เราต้องกำจัดสิ่งนี้ให้หมดไป เพราะมันส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน” พร้อมยอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวช่วยกระตุ้นธุรกิจบางอย่างทางอ้อมและสร้างงานในประเทศ แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ 

“จริงอยู่ที่ว่าศูนย์กลางการหลอกลวงอาจส่งผลโดยตรงต่ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การก่อสร้าง...แต่รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่รัฐบาลกัมพูชา”

ฮุน มาเนต กล่าว 

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “กัมพูชามีศูนย์กลางการหลอกลวงหลายสิบแห่ง โดยมีผู้คนประมาณ 100,000 คน ซึ่งหลายคนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงทางออนไลน์” 

นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังพูดถึง เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวจีนที่ถูกจับกุมส่งทางการจีนไปเมื่อเดือนมกราคม ว่า เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นหัวหน้าใหญ่...และการตรวจสอบประวัติก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ก่อนที่จะมีการกล่าวหาเขา สำหรับกัมพูชาแล้ว เขาเป็นเพียงนักธุรกิจคนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่ากิจกรรมเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่รู้ แต่เมื่อเราทราบถึงการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา ทางการก็ไม่นิ่งเฉย” 

“เฉินถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาแล้ว หลังจากที่เราพบว่าเขาใช้เอกสารปลอมเพื่อขอสัญชาติ และนั่นก็ทำให้เขามี ‘เพียงสัญชาติจีน’ เท่านั้น ทำให้ทางการกัมพูชาส่งตัวเขากลับประเทศบ้านเกิด” 

ฮุน มาเนต กล่าว 

อย่างไรก็ดี ทางการกัมพูชาระบุว่า “การปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ได้ลดลงไปครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ต้นปี 2026” ขณะเดียวกันกัมพูชาก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติให้ปราบปรามเครือข่ายดังกล่าวที่หลอกเอาเงินหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีจากผู้คนทั่วโลก  

“ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ลดลงเหลือเพียง 50%” ไชย สินะฤทธิ์ รัฐมนตรีอาวุโส ประธานสำนักเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ทางโทรศัพท์เมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการเบื้องต้นที่สะท้อนให้เห็นถึงการลดลงของการดำเนินการหลอกลวงโดยรวม แต่ ไชย สินะฤทธิ์ ไม่ได้ระบุวิธีการคำนวณ หรือจำนวนเครือข่ายที่ยังคงดำเนินการอยู่ และขนาดของกลุ่มเหล่านั้น 

(Photo by : JOHN THYS / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์