รัสเซียประกาศแผนโจมตีกรุงเคียฟของยูเครนอีกครั้ง พร้อมเตือนชาวต่างชาติและนักการทูตให้อพยพออกจากเมืองทันที หลังจากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธหลายสิบลูกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บหลายสิบคน และเกิดความเสียหายทั่วเมืองหลวงยูเครน
อาวุธไฮเปอร์โซนิกโอเรชนิกเข้าสู่สมรภูมิ
การโจมตีครั้งล่าสุดมีความโดดเด่นที่การใช้ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก "โอเรชนิก" ซึ่งสามารถเดินทางด้วยความเร็วเกิน 10 เท่าของความเร็วเสียง และมีความสามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ตามที่มอสโกระบุ การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียกล่าวหายูเครนโจมตีโรงเรียนอาชีวศึกษาในภูมิภาคลูฮันสก์ที่รัสเซียครอบครอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน
คำขู่โจมตีอย่างเป็นระบบ
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า "ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน กองทัพรัสเซียกำลังเริ่มโจมตีอย่างเป็นระบบต่อสิ่งอำนวยความสะดวกอุตสาหกรรมทหารของยูเครนในเคียฟ" การโจมตีจะมุ่งเป้าไปที่ศูนย์การตัดสินใจและศูนย์บัญชาการ พร้อมเตือนชาวต่างชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตและองค์การระหว่างประเทศให้อพยพออกจากเมืองโดยเร็ว
ยูเครนตอบโต้คำขู่
รัฐมนตรีการต่างประเทศยูเครน อันดรีย์ ซีบิกา มองการขู่ของรัสเซียเป็นเพียง "วาทกรรม" และเรียกร้องให้พันธมิตรไม่ยอมแพ้ต่อการแบล็กเมลของรัสเซีย ขณะเดียวกันรัสเซียเคยเรียกร้องให้ชาวต่างชาติและนักการทูตอพยพจากเคียฟไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เมื่อขู่โจมตีใจกลางเคียฟหากยูเครนไปรบกวนการสวนสนามที่จัตุรัสแดง
สงครามที่ยืดเยื้อ
การรุกรานยูเครนครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 และได้พัฒนาเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ความตึงเครียดยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินการโจมตีตอบโต้กัน




