สมาคมความปลอดภัยบนท้องถนนมาเลเซียติงให้เคารพกฎหมายประเทศอื่นหลังไบเกอร์มาเลย์ฯ ปลุกกระแสแบนเที่ยวไทยเพราะฉุนที่ถูกตำรวจไทยปรับ

19 ส.ค. 2569 - 15:41

  •  สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของมาเลเซียเตือนให้พิจารณาอย่างเป็นกลาง โดยไม่ควรรับฟังข้อกล่าวอ้างที่ว่า ผู้ขับขี่ชาวมาเลเซียถูก “ตำรวจไทยปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม”

  • สมาคมระบุว่า ข้อโต้แย้งที่ว่าบางสิ่งไม่ใช่ความผิดในมาเลเซียและไม่ควรนำไปสู่การออกหมายเรียกในประเทศไทยนั้นไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายที่แข็งแกร่ง เนื่องจากแต่ละประเทศมีเขตอำนาจศาลของตัวเอง

  • อินฟลูเอนเซอร์ชาวมาเลเซียชื่อ Tok Singa ที่ร่วมทริปด้วยโพสต์ที่เรียกร้องให้แบนการท่องเที่ยวประเทศไทย

สมาคมความปลอดภัยบนท้องถนนมาเลเซียติงให้เคารพกฎหมายประเทศอื่นหลังไบเกอร์มาเลย์ฯ ปลุกกระแสแบนเที่ยวไทยเพราะฉุนที่ถูกตำรวจไทยปรับ

จากกรณีกลุ่มไบเกอร์ชาวมาเลเซียมาเที่ยวอำเภอหาดใหญ่ถูกตำรวจไทยปรับ เนื่องจากทำผิดกฎหมายจราจรหลายข้อหา อัดคลิปอ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม และยังพยายามปลุกกระแสแบนการท่องเที่ยวประเทศไทย

ยามิล มานัน สุปรี ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาของสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของมาเลเซีย (RSEA) เตือนว่า กรณีดังกล่าวไม่ควรปล่อยให้บานปลายกลายเป็น “สงคราม” ระหว่างสองประเทศ แต่ควรใช้เป็นโอกาสในการประเมินความเที่ยงธรรมในการบังคับใช้กฎหมายและความเข้าใจของผู้ใช้ถนน

ยามิลเผยว่า เรื่องนี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างเป็นกลาง โดยไม่ควรรับฟังข้อกล่าวอ้างที่ว่า ผู้ขับขี่ชาวมาเลเซียถูก “ตำรวจไทยปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม” หรือฟังข้อร้องเรียนของพวกเขาโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน

“สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ สิ่งที่เราคิดว่า ‘ไม่สมเหตุสมผล’ อาจไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายไทยเสมอไป เมื่อชาวมาเลเซียขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศไทย พวกเขาไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายมาเลเซียเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เมื่ออยู่บนถนนของไทย พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎจราจรของประเทศไทยด้วย”

ยามิล มานัน สุปรี ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาของสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของมาเลเซีย

ยามิลเผยอีกว่า ประเทศไทยกำหนดให้ผู้ขับขี่ชาวต่างชาติต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องสำหรับการใช้งานในประเทศ ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตขับขี่สากล (IDP) หรือใบอนุญาตขับขี่ที่ออกโดยประเทศในกลุ่มอาเซียน และว่า รัฐบาลไทยยังแนะนำให้ชาวต่างชาติทำความเข้าใจกฎจราจรและระเบียบความปลอดภัยบนท้องถนนในท้องถิ่นก่อนที่จะขับขี่หรือขี่รถในพื้นที่นั้นด้วย

“ข้อโต้แย้งที่ว่าบางสิ่งไม่ใช่ความผิดในมาเลเซียและไม่ควรนำไปสู่การออกหมายเรียกในประเทศไทยนั้นไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายที่แข็งแกร่ง เนื่องจากแต่ละประเทศมีเขตอำนาจศาลของตัวเอง”

ยามิล มานัน สุปรี

อย่างไรก็ตาม ยามิลกล่าวว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าหมายเรียกทุกฉบับที่ออกโดยทางการไทยควรได้รับการยอมรับโดยไม่มีข้อสงสัย เนื่องจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนที่กำหนดไว้เช่นกัน

“หากนักขี่มอเตอร์ไซค์ชาวมาเลเซียได้รับหมายเรียกในข้อหาที่ไม่มีอยู่จริง ไม่ได้กระทำ หรือเป็นผลมาจากการตีความผิด หรือเกี่ยวข้องกับขั้นตอนที่ไม่ถูกต้อง เรื่องนั้นควรได้รับการตรวจสอบ แนวทางที่ถูกต้องคือ การตรวจสอบความผิด หลักฐาน และขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่จะยื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนหากจำเป็น ไม่ใช่เพื่อให้ถูกเรียกตัวไปสอบสวน โกรธเคือง แล้วก็ไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนเกิดกระแสคว่ำบาตรประเทศไทย” ยามิลกล่าว

ก่อตั้งสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของมาเลเซียเผยอีกว่า การเรียกร้องให้คว่ำบาตรประเทศไทยไม่ใช่การตอบสนองเบื้องต้นที่รอบคอบที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปัญหานั้นเกี่ยวข้องกับเพียงหนึ่งหรือหลายกรณีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

เขาแนะนำผู้ขับขี่ที่เชื่อว่าตนเองได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมให้หาช่องทางที่เหมาะสมโดยขอรายละเอียดของความผิดและบันทึกการเรียกตัวอย่างเป็นทางการ เก็บภาพถ่ายหรือวิดีโอของเหตุการณ์ และจดบันทึกสถานที่ เวลา และชื่อเจ้าหน้าที่หากเป็นไปได้ และสามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ และขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลมาเลเซียหากจำเป็น

“แนวทางต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน ไม่ใช่อารมณ์ สิทธิในการตั้งคำถามต่อหมายเรียกไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นมีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในขณะที่การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นจะสูญเสียสิทธิในการร้องเรียนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง” ยามิลเผย

ยามิลบอกว่า ทางการไทยต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใส สม่ำเสมอ และเป็นมืออาชีพ ในขณะที่ผู้ขับขี่ชาวมาเลเซียมีหน้าที่รับผิดชอบในการรู้ เคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่พวกเขาไปเยือน

“อย่าปล่อยให้สโลแกน ‘คว่ำบาตรไทย’ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ชุมชนผู้ขับขี่ชาวมาเลเซียไม่ต้องการปฏิบัติตามกฎหมายเมื่ออยู่ต่างประเทศ เราต้องปกป้องสิทธิของผู้ขับขี่ในขณะที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม” เขากล่าว

แก๊งไบเกอร์ชาวมาเลเซีย
แก๊งไบเกอร์ชาวมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กลุ่มไบเกอร์ชาวมาเลเซีย 17 คนที่ขับขี่รถมาเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยออกใบสั่ง 15 ใบ ค่าปรับรวมกัน 15,000 บาท เนื่องจากทำผิดกฎหมายจราจรหลายข้อหา รวมทั้งการใช้ไฟกระพริบ ท่อไอเสียส่งเสียงดัง

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสไวรัลเมื่ออิฟลูเอนเซอร์ชาวมาเลเซียที่ใช้ชื่อว่า Tok Singa หรือชื่อจริงคือ มูฮัมหมัด ฟีร์เดาส์ มูฮัมหมัด อัดนาน ซึ่งร่วมขับขี่อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย โพสต์แชร์ประสบการณ์ครั้งนี้โดยอ้างว่า ทางการไทยกำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องพกใบอนุญาตขับขี่ตัวจริง เนื่องจากไม่รับใบอนุญาตที่พิมพ์จากแหล่งออนไลน์ที่ไม่มีรูปถ่าย

Tok Singa อ้างว่า การบังคับใช้กฎหมายนี้สร้างความไม่สะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยรถจักรยานยนต์ และแนะนำให้ชาวมาเลเซียพิจารณาใหม่เกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยังหาดใหญ่

แม้ว่า Tok Singa จะยอมรับว่า สมาชิกในขบวนรถบางคนถูกปรับอย่างถูกต้องแล้วสำหรับการใช้ไฟกระพริบผิดกฎหมาย ซึ่งพวกเขายอมรับและยินดีจ่ายค่าปรับ แต่เขาก็แสดงความไม่พอใจต่อใบสั่งปรับที่เหลือ

Tok Singa อ้างว่า รถจักรยานยนต์ที่ถูกปรับเนื่องจากระบบท่อไอเสียเสียงดังนั้นไม่ได้ถูกดัดแปลง และยังคงใช้ท่อไอเสียเดิมของรถอยู่ และว่า รถจักรยานยนต์ Yamaha Y16 ของเขาเอง ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นรถเดิมๆ ไม่ได้ดัดแปลงอะไรเลย ก็ยังถูกปรับเพราะเสียงดังเกินไปเช่นกัน

respect-other-countries-laws-malaysians-reminded-bikers-thailand-SPACEBAR-Photo01.png

เขายังอ้างอีกว่า ตำรวจไทยขู่ว่าจะจับกุมผู้ขับขี่หากไม่จ่ายค่าปรับทันที

“พวกเราเป็นนักท่องเที่ยว นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเสนอให้คว่ำบาตรการไปหาดใหญ่ ดูเหมือนว่าพวกเขา (ตำรวจไทย) จงใจหาเรื่องผู้ขับขี่ชาวมาเลเซีย”

“เราไม่เข้าใจกฎหมายในประเทศไทยสมัยนี้เลย เหมือนกับว่าพวกเขาต้องการกดขี่ชาวมาเลเซีย ในขณะเดียวกัน มอเตอร์ไซค์ของคนท้องถิ่นกลับเสียงดังกว่า และพวกเขาก็ไม่สวมหมวกกันน็อค มอเตอร์ไซค์ของพวกเขามีการดัดแปลงสารพัด แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา” Tok Singa อ้าง

View post on Facebook

โพสต์ของ Tok Singa ได้รับยอดไลค์หลายพันครั้ง โดยมีโพสต์หนึ่งได้รับมากกว่า 54,300 ไลค์ ส่วนโปสเตอร์เกี่ยวกับ“บอยคอตประเทศไทย” ได้รับยอดไลค์มากกว่า 2,000 ไลค์

ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงการสนับสนุนการบอยคอต โดยบางคนอ้างว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต้องเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ มาโดยตลอด ขณะที่บางคนเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นเสมอ โดยบอกว่า ไม่ควรมีข้อโต้แย้งใดๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้น

ข่าวที่น่าสนใจ


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์