เกาหลีใต้มีหนาว? เกาหลีเหนือหันปืนใหญ่ประชิดเขตปลอดทหารเล็งมาฝั่งใต้ ชายแดนตึงเครียดหนัก

28 ต.ค. 2569 - 12:03

  • ผู้มาเยือนหอสังเกตการณ์ของเกาหลีใต้ที่สามารถมองข้ามไปยังฝั่งเกาหลีเหนือเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ว่า “พบปืนใหญ่หลายกระบอกที่หันปากกระบอกปืนมาทางทิศใต้บริเวณชายแดน”

  • นักวิเคราะห์ระบุว่า “อาวุธดังกล่าวคือ ปืนใหญ่อัตตาจร ‘M-1981’ ขนาด 122 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระบบปืนใหญ่รุ่นเก่าของเกาหลีเหนือที่คาดว่าเริ่มนำเข้าประจำการตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970”

  • “ผมมองว่านี่เป็นการแสดงแสนยานุภาพมากกว่าจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรบอย่างมีนัยสำคัญ การที่มันถูกนำมาตั้งในจุดที่มองเห็นได้ง่าย ชี้ให้เห็นว่าจงใจเปิดเผยให้คนสังเกตเห็น” ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร เผย

เกาหลีใต้มีหนาว? เกาหลีเหนือหันปืนใหญ่ประชิดเขตปลอดทหารเล็งมาฝั่งใต้ ชายแดนตึงเครียดหนัก

ผู้มาเยือนหอสังเกตการณ์ของเกาหลีใต้ที่สามารถมองข้ามไปยังฝั่งเกาหลีเหนือเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ว่า “พบปืนใหญ่หลายกระบอกที่หันปากกระบอกปืนมาทางทิศใต้บริเวณชายแดน” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ   

ความตึงเครียดตามแนวเขตปลอดทหาร (DMZ) ที่คั่นกลางระหว่างสองเกาหลี เริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน หลังเกิดเหตุระเบิดจากทุ่นระเบิดส่งผลให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ต่างตอบโต้กันอย่างดุเดือดและยกระดับการเตรียมพร้อมทางทหาร โดยทางการเกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือออกมาขอโทษ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือปฏิเสธและกล่าวหาว่าเกาหลีใต้เป็นฝ่ายกุเรื่องดังกล่าวขึ้นมาเอง 

คิม ยอจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของผู้นำเกาหลีเหนือ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า “รัฐบาลเกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งลำโพงกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเกาหลีใต้ตามแนวชายแดนทั้งหมดภายในไม่กี่วัน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการตอบโต้รูปแบบใหม่ที่ไม่ยังมีการเปิดเผยรายละเอียด”

ต่อมาในวันศุกร์ (23 ต.ค.) สื่อมวลชนเกาหลีใต้สามารถบันทึกภาพรถหุ้มเกราะคันหนึ่งจอดอยู่ในจุดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนใกล้กับชายแดน และภายในวันจันทร์ (26 ต.ค.) ที่ผ่านมา ก็มีพยานพบเห็นว่า “จำนวนรถหุ้มเกราะได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 คัน โดยทั้งหมดหันปากกระบอกปืนมาทางทิศใต้” 

“ผมเคยเห็นแต่ในทีวีว่าเกาหลีเหนือวางกำลังปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร แต่พอมาเห็นพื้นที่จริงด้วยตาตัวเอง ถึงได้ตระหนักว่าอันตรายนั้นอยู่ใกล้ตัวแค่ไหน...ผมกังวลจริงๆ ว่าในอนาคตเกาหลีใต้จะต้องเตรียมตัวและรับมือกับภัยคุกคามนี้มากขนาดไหน”

— จาง กิลซอง อดีตทหารผ่านศึกวัย 83 ปี ผู้เคยร่วมรบในสงครามเวียดนาม กล่าวบริเวณด้านนอกหอสังเกตการณ์แอริบง ซึ่งตั้งอยู่ห่างและมองเห็นเมืองแคพุงของเกาหลีเหนือในระยะประมาณ 1.4 กิโลเมตร 

แม้ความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลีจะปะทุขึ้นเป็นระยะ แต่เขตปลอดทหาร (DMZ) ก็ยังคงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และชาวท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในทางนิตินัยแล้ว ทั้งสองประเทศจะยังคงอยู่ในสถานะสงครามก็ตาม 

แฮนนาห์ รอบบินส์ นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาวัย 28 ปี เปิดเผยว่า กลุ่มทัวร์ของเธอเพิ่งจะทราบเรื่องปืนใหญ่ดังกล่าวหลังจากไกด์แจ้งให้ทราบเมื่อเดินทางมาถึงหอสังเกตการณ์ “พวกเรารู้สึกกลัวอยู่บ้างอย่างเห็นได้ชัด ไกด์บอกว่า ‘ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเขาไม่ยิงหรอก’ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังทำให้พวกเราแอบกังวลอยู่ดีในตอนนี้” 

ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า “อาวุธดังกล่าวคือ ปืนใหญ่อัตตาจร ‘M-1981’ ขนาด 122 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระบบปืนใหญ่รุ่นเก่าของเกาหลีเหนือที่คาดว่าเริ่มนำเข้าประจำการตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970” 

“ปืนใหญ่ชนิดนี้มีระยะยิงสูงสุดประมาณ 24 กิโลเมตร (15 ไมล์) ซึ่งสามารถยิงถึงพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่นเมืองกิมโปของเกาหลีใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอสังเกตการณ์ได้ แต่ว่ามันมีอานุภาพทำลายน้อยกว่าระบบปืนใหญ่รุ่นใหม่ๆ ของเกาหลีเหนือ...ผมมองว่านี่เป็นการแสดงแสนยานุภาพมากกว่าจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรบอย่างมีนัยสำคัญ การที่มันถูกนำมาตั้งในจุดที่มองเห็นได้ง่าย ชี้ให้เห็นว่าจงใจเปิดเผยให้คนสังเกตเห็น”

— หยาง อุก ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบันนโยบายศึกษาอาซานในกรุงโซล เผย 

ด้านกองทัพเกาหลีใต้ก็ระบุว่า “อาวุธดังกล่าวเป็นระบบรุ่นเก่า” ขณะที่ จาง โดฮยอง โฆษกคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ แถลงเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ว่า “แม้เกาหลีเหนือจะกล่าวถึงระบบอาวุธรุ่นใหม่ในแถลงการณ์ช่วงที่ผ่านมา แต่เราเชื่อว่าอาวุธที่นำมาวางกำลังในครั้งนี้ไม่เข้าข่ายระบบอาวุธใหม่ดังกล่าว” 

(Photo by JUNG YEON-JE / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์