กัมพูชาลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ จับกุมชาวจีนเกือบ 1,800 คน

3 ก.พ. 2569 - 11:27

  • กัมพูชาได้ดำเนินการ ‘ปฏิบัติการปราบปรามครั้งใหญ่’ นับตั้งแต่กัมพูชาเริ่มปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ทั่วประเทศเมื่อเช้าวันเสาร์ (31 ม.ค.) ที่แหล่งรวมแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ในเมืองบาเวต

  • ตำรวจกัมพูชาบุกจับกุมแก๊งมิจฉาชีพครั้งใหญ่กว่า 2,000 คน ท่ามกลางแรงกดดันจากจีนให้ปราบปรามอุตสาหกรรมการฉ้อโกงออนไลน์ โดยในจำนวนผู้ถูกจับกุมนั้นมีชาวจีนเกือบ 1,800 คน

กัมพูชาลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ จับกุมชาวจีนเกือบ 1,800 คน

กัมพูชาดำเนินการบุกจับกุมแก๊งมิจฉาชีพครั้งใหญ่กว่า 2,000 คน ท่ามกลางแรงกดดันจากจีนให้ปราบปรามอุตสาหกรรมการฉ้อโกงออนไลน์ โดยในจำนวนผู้ถูกจับกุมนั้นมีชาวจีนเกือบ 1,800 คน 

แถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า “ตำรวจกัมพูชาได้ดำเนินการ ‘ปฏิบัติการปราบปรามครั้งใหญ่’ นับตั้งแต่กัมพูชาเริ่มปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ทั่วประเทศเมื่อเช้าวันเสาร์ (31 ม.ค.) ที่แหล่งรวมแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ในเมืองบาเวต เมืองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสวายเรียงทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งติดกับเวียดนาม” 

ชาวต่างชาติที่ถูกจับกุมมีจำนวน 2,044 คน : 

  • ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 1,792 คน 
  • ชาวไต้หวัน 5 คน 
  • ชาวเวียดนาม 177 คน 
  • ชาวเมียนมา 179 คน 
  • และที่เหลือมาจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ 

แต่แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่ากัมพูชาตั้งใจจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติกลับประเทศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าชาวจีนจะถูกส่งตัวกลับประเทศเช่นเดียวกับกรณีของ เฉิน จื้อ หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง ซึ่งถูกส่งตัวกลับประเทศเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

“นี่สะท้อนให้เห็นอย่างแท้จริงว่ารัฐบาลกัมพูชาจะไม่ผ่อนปรนการปราบปรามอาชญากรรมการฉ้อโกงออนไลน์ กัมพูชา ‘ไม่ใช่ที่หลบภัย แต่เป็นนรกสำหรับอาชญากร’”

 ทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) 

สถานที่ดังกล่าวในบาเวตประกอบด้วยอาคาร 22 หลัง และดำเนินการภายใต้หน้ากากของกาสิโน ซึ่งมีรายงานว่าสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายมานานแล้ว รวมถึงโทรคมนาคมและการฉ้อโกงออนไลน์ 

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการพร้อมกันเพื่อปราบปรามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ในหลายภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงจังหวัดสีหนุวิลล์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 250 กิโลเมตร 

รัฐบาลกัมพูชาได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งจากแรงกดดันจากจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามโทรคมนาคมและการฉ้อโกงออนไลน์ โดยเริ่มแรกมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายหลอกลวงที่ดำเนินการอยู่ในภาคเหนือของเมียนมา แต่เมื่อกลุ่มอาชญากรในเมียนมาเหล่านั้นถูกทำลาย หรือย้ายที่ตั้งไปแล้ว ความสนใจจึงเปลี่ยนไปที่กัมพูชา 

“การกระทำผิดทางอาญาเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ การกักขังโดยมิชอบ และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องนั้น ‘เป็นอุปสรรคสำคัญ’ ต่อการกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ” 

หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา กล่าวในการประชุมกับ ปรัก โสคอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และสาร โสคา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา เมื่อเดือนที่แล้ว

“เหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนที่หายตัวไป หรือหลบหนีในกัมพูชาได้ดึงดูดความสนใจอย่างใกล้ชิดจากจีน การเกิดขึ้นบ่อยครั้งของกรณีเช่นนี้ขัดต่อมิตรภาพอันดีงามระหว่างจีนและกัมพูชา แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนอ้างคำกล่าวของหวัง 

จากรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของคณะกรรมการเฉพาะกิจต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ของกัมพูชา ระบุว่า “มีผู้ต้องสงสัยในคดีหลอกลวงทางออนไลน์จำนวน 5,106 คน จาก 23 ประเทศ ถูกจับกุมในกัมพูชาในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา และในจำนวนนี้ 4,534 คนถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด” 

(Photo by : TANG CHHIN SOTHY / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์