ชาวเน็ตเมียนมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ จับมินอ่องหล่ายไปด้วยหลังทรัมป์บุกรวบผู้นำเวเนซุเอลา

8 ม.ค. 2569 - 02:34

  •   มีผู้แสดงความคิดเห็นมากกว่า 4,700 ความคิดเห็น โดยประมาณ 90% เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ปกครองทางทหารของเมียนมา

  • ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมียนมาบอกว่า เมียนมาจะเป็นอิสระและมีเสรีภาพได้ก็ต่อเมื่อได้รับการปลดปล่อยจากเผด็จการทหารเท่านั้น

  • ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า การแทรกแซงโดยตรงจากสหรัฐฯ นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ชาวเน็ตเมียนมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ จับมินอ่องหล่ายไปด้วยหลังทรัมป์บุกรวบผู้นำเวเนซุเอลา

ประชาชนชาวเมียนมาจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในแถลงการณ์ของสหรัฐฯ เนื่องในวันประกาศอิสรภาพของเมียนมา โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการเช่นเดียวกับที่ทำกับผู้นำเวเนซุเอลา ด้วยการจับกุม มินอ่องหล่าย หัวหน้าคณะรัฐบาลทหารของเมียนมา

แถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งออกโดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมา และยืนยันการสนับสนุนของวอชิงตันต่อประชาชนชาวเมียนมา

“สหรัฐฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนประชาชนชาวเมียนมา และความมุ่งมั่นของพวกเขาเพื่ออนาคตที่สงบสุข ยุติธรรม และเจริญรุ่งเรือง…เราขอเรียกร้องให้ระบอบทหารยุติความรุนแรง รับประกันการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างไม่ติดขัด ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรม และมีส่วนร่วมในการเจรจาเพื่อยุติวิกฤตการณ์อย่างสันติและยั่งยืน” แถลงการณ์ระบุ

ชาวเน็ตตอบกลับโพสต์ของสถานทูตสหรัฐฯ ด้วยการเรียกร้องให้สหรัฐฯ จับกุม มินอ่องหล่าย ที่ก่อรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ประเทศตกอยู่ในสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโพสต์แถลงการณ์วันประกาศอิสรภาพของเมียนมา หน้าเฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐฯ ในย่างกุ้งก็เต็มไปด้วยความคิดเห็นที่เรียกร้องให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ มินอ่องหล่าย ซึ่งระบอบการปกครองของเขาถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงครามต่อพลเรือนอย่างกว้างขวาง

จนถึงบ่ายวันจันทร์ (5 ม.ค.) โพสต์ดังกล่าวมีผู้แสดงความคิดเห็นมากกว่า 4,700 ความคิดเห็น โดยประมาณ 90% เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ปกครองทางทหารของเมียนมา

“ประชาชนชาวเมียนมาขอขอบคุณสหรัฐฯ อย่างจริงใจเช่นเคย” ความคิดเห็นหนึ่งกล่าว “อย่างไรก็ตาม ระบอบทหารไม่ตอบสนองต่อคำพูดเพียงอย่างเดียว พวกเขาเข้าใจเฉพาะการกระทำที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพเท่านั้น”

“โปรดมาจับกุม มิน อ่อง หล่าย เจ้าพ่อค้ายาเสพติดและหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงด้วย” อีกความคิดเห็นหนึ่งกล่าว

คนอื่นๆ แสดงความเห็นว่า เมียนมาจะเป็นอิสระและมีเสรีภาพได้ก็ต่อเมื่อได้รับการปลดปล่อยจากเผด็จการทหารเท่านั้น โดยเสริมว่า วันประกาศอิสรภาพทิ้งรสชาติขมขื่นไว้ เนื่องจากความรุนแรงและการปราบปรามที่ยังคงดำเนินอยู่

ความคิดเห็นจำนวนมากที่เรียกร้องให้รัฐบาลทหารรับผิดชอบสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนชาวเมียนมาทั้งในและนอกประเทศ สำหรับหลายๆ คน สื่อสังคมออนไลน์เป็นหนึ่งในช่องทางสุดท้ายที่จะแสวงหาความคุ้มครองจากนานาชาติจากการปกครองที่โหดร้ายของทหาร

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า การแทรกแซงโดยตรงจากสหรัฐฯ นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเขตอำนาจศาลและข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์

บางคนชี้ให้เห็นว่า คำแถลงที่เรียกร้องให้ยุติวิกฤตในเมียนมานั้น “มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรือง” เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความกังวลเชิงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ประณามการเลือกตั้งที่คณะรัฐบาลทหารวางแผนไว้ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และแต่งตั้งผู้แทนพิเศษและผู้ประสานงานนโยบายเพื่อนำความพยายามของสหรัฐฯ ในเรื่องเมียนมา

Photo by SAI AUNG MAIN / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์