รัฐบาลเมียนมาเป็นปลื้ม! โวประชาชนออกมาเลือกตั้งเฟสแรก แม้เกินครึ่งนิดเดียวแค่ 52%

31 ธ.ค. 2568 - 09:54

  • คณะรัฐบาลทหารของเมียนมาเผยว่า “มีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งรอบแรกจากทั้งหมด 3 รอบเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ‘มากกว่าครึ่ง’” ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 2 ครั้งก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด 

  • การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 และเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกลางเมือง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า “พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งมีแนวร่วมกับกองทัพ จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง”

รัฐบาลเมียนมาเป็นปลื้ม! โวประชาชนออกมาเลือกตั้งเฟสแรก แม้เกินครึ่งนิดเดียวแค่ 52%

คณะรัฐบาลทหารของเมียนมาเผยว่า “มีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งรอบแรกจากทั้งหมด 3 รอบเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ‘มากกว่าครึ่ง’” ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 2 ครั้งก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด 

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 และเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกลางเมือง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า “พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งมีแนวร่วมกับกองทัพ จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง” 

ด้าน สหประชาชาติ และกลุ่มสิทธิมนุษยชน มองว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เสรี ไม่เป็นธรรม และไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากพรรคการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลทหารไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แถมการวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งก็ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอีกด้วย” 

“มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่า 6 ล้านคน หรือ 52.13% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด ในวันที่ 28 ธันวาคม จาก 102 เมือง แม้แต่ในประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว ก็ยังมีสถานการณ์ที่อัตราการลงคะแนนเสียงไม่เกิน 50%...ตัวเลขนี้เป็น ‘ความภาคภูมิใจ’”

 ซอ มิน ตุน โฆษกคณะรัฐบาลทหารเผยกับสื่อของรัฐ 

ตามข้อมูลจากองค์กร ‘International Foundation for Electoral Systems’ ในสหรัฐฯ ระบุว่า “อัตราการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาปี 2020 และ 2015 อยู่ที่ประมาณ 70%” 

ทั้งนี้ การเลือกตั้งรอบต่อไปจะจัดขึ้นในวันที่ 11 มกราคม และ 25 มกราคม ครอบคลุม 265 เมืองจากทั้งหมด 330 เมืองของเมียนมา แม้ว่ารัฐบาลทหารจะไม่ได้ควบคุมพื้นที่เหล่านั้นทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ก็ตาม 

แต่กลุ่มตรวจสอบการเลือกตั้ง ‘Asian Network for Free Elections’ เผยว่า “กรอบกฎหมายของรัฐบาลทหารสำหรับการเลือกตั้งนั้นไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับอัตราการลงคะแนนเสียงขั้นต่ำ” 

(Photo by Sai Aung MAIN / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์