ความสำเร็จของ Merck และ Moderna บริษัทเวชภัณฑ์และเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลกจากสหรัฐฯ ในการพัฒนาวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล (Personalized Cancer Vaccine) ที่ออกแบบมาเพื่อยับยั้งมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) ได้เปิดแนวทางการรักษาใหม่ ซึ่งแพทย์ต่างหวังว่าจะสามารถใช้ได้ผลกับเนื้องอกอีกหลายชนิด
แตกต่างจากวิธีการรักษาแบบเดิมอย่างคีโมที่จะทำลายเซลล์ดีปนไปด้วย ส่วนภูมิคุ้มกันบำบัดก็เป็นการกระตุ้นร่างกายในภาพรวม แต่วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลล้ำกว่าตรงที่ จะเข้าไปฝึกระบบภูมิคุ้มกันให้พุ่งเป้าโจมตีเฉพาะจุดกลายพันธุ์ที่พบในก้อนเนื้องอกของผู้ป่วยรายนั้นๆ โดยตรง
Merck และ Moderna แถลงเมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) ว่า วัคซีนของพวกเขาสามารถช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของโรคในการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาร่วมรับการทดลองมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ผ่าตัดก้อนเนื้อออกไปแล้วแต่ยังเสี่ยงสูงที่มะเร็งจะกลับมา
ทาง Moderna คาดว่า “หากวัคซีนนี้ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ จะมีผู้ป่วยหลายพันคนได้รับประโยชน์จากยารักษานี้ทันทีภายในช่วง 2-3 ปีแรก”
“นี่คือความสำเร็จครั้งใหญ่ของวงการแพทย์ ผลการทดลองที่ดีเยี่ยมนี้ช่วยให้เรามีความหวัง และน่าจะดึงดูดเงินลงทุนเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนแนวทางการรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ ในวงกว้างได้ในอนาคต”
— ดร.ไรอัน ซัลลิแวน ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งผิวหนังแห่งสถาบันมะเร็ง ‘Mass General Brigham’ กล่าว
ด้าน ดร.จูลี่ เกรโลว์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของสมาคมเนื้องอกวิทยาคลินิกแห่งอเมริกา (ASCO) กล่าวว่า “ผลการทดลองในครั้งนี้ถือเป็น ‘ก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่’ เพราะมันช่วยพิสูจน์และยืนยันแล้วว่า เทคโนโลยี mRNA สามารถนำมาใช้เป็นวิธีรักษามะเร็งได้จริง”
นอกจากมะเร็งผิวหนังแล้ว วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลยังอยู่ระหว่างการพัฒนาขั้นสุดท้ายสำหรับเนื้องอกอีกหลายชนิด โดย Merck และ Moderna กำลังทำการทดลองขนาดใหญ่กับผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-small cell lung cancer) ที่ได้รับการผ่าตัดออกไปแล้ว
สตีเฟน โฮเก้ ประธานบริษัท Moderna เผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า พวกเขากำลังศึกษาการใช้ยาร่วมกันนี้ในการทดลองระยะกลางกับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและมะเร็งไต รวมถึงการทดลองระยะเริ่มต้นในมะเร็งตับอ่อนและมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยคาดว่าจะทราบผลการทดลองอีกมากมายภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้
ขณะที่บริษัท Roche และ BioNTech (ผู้พัฒนาเทคโนโลยี mRNA ที่ใช้ในวัคซีนโควิดของบริษัท Pfizer) ก็กำลังทดสอบวิธีรักษาในลักษณะเดียวกันนี้ โดยใช้ยาที่ชื่อว่า ‘autogene cevumeran’ ในการทดลองระยะกลางกับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับอ่อนที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการทดลองของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปี 2027 ส่วนผลการทดลองของมะเร็งตับอ่อนจะตามมาในปี 2031
“ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นผลการทดลองวัคซีนมะเร็งตัวอื่นๆ ทยอยประกาศออกมาเรื่อยๆ และจากความสำเร็จของวัคซีนมะเร็งผิวหนังในรอบนี้ ทำให้เรามั่นใจและมีความหวังมากๆ ว่า วัคซีนมะเร็งตัวอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา ก็น่าจะประสบความสำเร็จและได้ผลดีเหมือนกัน”
— ดร.โรเบิร์ต วอนเดอร์ไฮด์ ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งแอบรามสันแห่งเพนน์ เมดิซิน กล่าว
(Photo by Shutterstock / Corona Borealis Studio)





