ทรัมป์เจอทางตัน! ไม่ว่าเลือกทางไหนในสงครามอิหร่าน...สหรัฐฯ ก็เสี่ยงสูญเสีย-โอกาสชนะก็ต่ำ (?)

27 มี.ค. 2569 - 19:50

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกหลายประการสำหรับการยกระดับสงครามกับอิหร่าน หากว่าการเจรจาทางการทูตครั้งล่าสุดของเขาไม่ประสบความสำเร็จ

  • ดูเหมือนว่า...ไม่มีทางเลือกใดที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าทรัมป์จะสั่งการให้ส่งทหารอีกหลายพันนายไปยังภูมิภาคนี้ แต่เขาก็ยังลังเลว่าจะเพิ่มความรุนแรงของความขัดแย้งต่อไปหรือไม่

  • เพราะหากพลาดพลั้งไปในตอนนี้ มันอาจจะกลายเป็น...สงครามที่นองเลือดและยืดเยื้อมากขึ้น

ทรัมป์เจอทางตัน! ไม่ว่าเลือกทางไหนในสงครามอิหร่าน...สหรัฐฯ ก็เสี่ยงสูญเสีย-โอกาสชนะก็ต่ำ (?)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกหลายประการสำหรับการยกระดับสงครามกับอิหร่าน หากว่าการเจรจาทางการทูตครั้งล่าสุดของเขาไม่ประสบความสำเร็จ 

ดูเหมือนว่า...ไม่มีทางเลือกใดที่สมบูรณ์แบบ 

ปฏิบัติการทางทหารมุ่งเน้นไปที่การทิ้งระเบิดประเทศเป็นหลัก และมีแผนจะส่งกองกำลังไปยึดเป้าหมายต่างๆ ภายในอิหร่าน ทว่าสถานการณ์เหล่านั้นไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการสูญเสียอย่างหนักเท่านั้น แต่ยังไม่มีการรับประกันว่าสหรัฐฯ จะยุติความขัดแย้งได้ 

ถึงแม้ว่าทรัมป์จะสั่งการให้ส่งทหารอีกหลายพันนายไปยังภูมิภาคนี้ แต่เขาก็ยังลังเลว่าจะเพิ่มความรุนแรงของความขัดแย้งต่อไปหรือไม่ หากพลาดพลั้งในตอนนี้ มันจะกลายเป็นสงครามที่นองเลือดและยืดเยื้อมากขึ้น 

“พวกเขา (อิหร่าน) พ่ายแพ้แล้ว พวกเขาไม่สามารถกลับมาได้ ตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะทำข้อตกลง และมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่านระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) 

ความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป... 

ทรัมป์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าเขาต้องการยุติสงครามอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขายังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายนั้น หลังจากที่ขู่ว่าจะทิ้งระเบิดโรงงานพลังงานของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

กระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ทรัมป์ก็ประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพลังงานอิหร่านออกไปอีก 10 วันจนถึงวันที่ 6 เมษายน ด้วยความหวังว่าจะมีความคืบหน้าในการเจรจา 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าความพยายามเหล่านั้นจะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด เนื่องจากข้อเสนอสันติภาพ 15 ข้อที่ร่างโดยเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ถูกอิหร่าน ‘ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว’ ในขณะที่ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า “การเจรจา ‘เป็นไปด้วยดีมาก’” แต่ก็ได้ขู่อิหร่านว่าจะเพิ่มการโจมตีเพื่อบีบให้อิหร่านยอมจำนนหากไม่ให้ความร่วมมือ 

ตลอด 4 สัปดาห์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีอิหร่านอย่างหนัก ส่งผลให้ผู้นำระดับสูงจำนวนมากเสียชีวิตและทำลายขีดความสามารถในการโจมตีของอิหร่านไปมาก แต่ถึงกระนั้น ระบอบการปกครองของอิหร่านกลับยิ่งรวมอำนาจควบคุมประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังปิดกั้นการไหลของน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจนทำให้ตลาดพลังงานโลกตกอยู่ในวิกฤตที่เลวร้ายลงทุกวัน  

“พวกเขา (อิหร่าน) ไม่มีแรงจูงใจที่จะลดแรงกดดันต่อช่องแคบในตอนนี้ และผมไม่เห็นกลไกทางนโยบายใดๆ ที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถของเราในการชดเชยปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไป” 

แลนดอน เดอเรนซ์ อดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงแห่งชาติและพลังงานในสมัยรัฐบาลโอบามา, ไบเดน, และทรัมป์สมัยแรก กล่าว 

ทางเลือกที่เหลืออยู่มีแนวโน้มที่จะต้องใช้กำลังทหาร!!! 

(Photo by SEPAH NEWS / AFP)
(Photo by SEPAH NEWS / AFP)

เหลือทางเลือกเพียงไม่กี่ทางเท่านั้นที่จะรักษาความปลอดภัยในช่องแคบและส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในอิหร่านมากพอที่ทรัมป์จะประกาศชัยชนะได้อย่างน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต่างก็เชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า “เกือบทั้งหมดมีแนวโน้มที่จะต้องใช้กำลังทหาร” 

แหล่งข่าวเผยว่า “เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารได้หารือกันถึงแนวคิดต่างๆ ในการสกัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ยังคงฝังอยู่ภายในโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งบางคนเชื่อว่าภารกิจนี้อาจทำให้ทรัมป์ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดในความต้องการเพื่อยุติสงคราม” 

เจ้าหน้าที่ยังได้พัฒนาทางเลือกต่างๆ ในการยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งคลังสินค้าส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านประมาณ 90% หรืออนุมัติการโจมตีทางอากาศเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านอย่างมีประสิทธิภาพ และฝ่ายบริหารได้ตรวจสอบศักยภาพในการยึดครองเกาะอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ใกล้ช่องแคบ ซึ่งอาจทำให้ความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามแล่นผ่านน่านน้ำนั้นอ่อนแอลง 

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเชื่อว่าการยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งคลังสินค้าส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านประมาณ 90% จะทำให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน (IRGC) ‘ล่มสลายอย่างสิ้นเชิง’ ที่อาจปูทางไปสู่การยุติสงครามอย่างเด็ดขาด  

และหากความพยายามทางการทูตล่าสุดของทรัมป์ล้มเหลว ก็เป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ อาจใช้กำลังทหารเพื่อบีบบังคับให้อิหร่านกลับมาเจรจา 

หากว่าทรัมป์ยกระดับความขัดแย้งใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กำลังภาคพื้นดินบุกเกาะคาร์ก ก็อาจส่งผลร้ายแรงอย่างยิ่ง “ไม่มีทางเลือกใดๆ ที่ทรัมป์มีอยู่ที่จะรับประกันได้ว่าจะยุติความขัดแย้งได้ แม้ว่าจะดำเนินการได้สำเร็จในเชิงยุทธวิธีก็ตาม...ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มันจะนำมาซึ่งความไม่แน่นอนใหม่ๆ ที่อาจลุกลามจนควบคุมไม่ได้ และดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามมากขึ้นเรื่อยๆ” แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับแผนการดังกล่าว บอก   

แน่นอนว่าการยกระดับความขัดแย้งทางทหารโดยสหรัฐฯ จะกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน โดยอาจมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพลังงานในภูมิภาค นอกจากนี้ อิหร่านอาจเรียกร้องให้กลุ่มกบฏฮูษี ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอิหร่าน เริ่มโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบฮอร์มุซไปยังทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างปลอดภัยเพียงแห่งเดียวสำหรับเจ้าของเรือในการขนส่งสินค้าผ่านภูมิภาคนี้   

“ทะเลแดงเป็นปัญหามาประมาณ 3 ปีแล้ว แต่มีเจ้าของเรือจำนวนมากที่รู้สึกสบายใจที่จะผ่านเส้นทางนั้นในตอนนี้ หากมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในทะเลแดง มันอาจทำให้การขนส่งน้ำมันจากอ่าวอิหร่านหยุดชะงักได้” นายหน้าขนส่งทางเรือ  กล่าว 

ปฏิบัติการทหารยิ่งเพิ่มความเสี่ยงยิ่งขึ้นไปอีก

   (Photo by IRIB TV / AFP)
(Photo by IRIB TV / AFP)

“ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเหล่านั้นดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอันตรายที่ทหารอเมริกันอาจเผชิญในอิหร่านในเกือบทุกสถานการณ์” พันธมิตรของทรัมป์บางคน เผย 

การยึดครองและควบคุมเกาะต่างๆ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปในใจกลางอิหร่านเพื่อค้นหายูเรเนียมเสริมสมรรถนะ จะทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนมากทันที  

ถึงแม้ปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินบนเกาะคาร์กจะสร้างแรงกดดันต่ออิหร่านได้หากว่าประสบความสำเร็จ แต่หลายๆ ฝ่ายก็แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับวิธีการที่กองกำลังสหรัฐฯ จะดำเนินการ เนื่องจากอิหร่านใช้เวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในการวางกับดักและเคลื่อนย้ายอาวุธไปยังเกาะดังกล่าว 

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า “การบุกเกาะคาร์กนั้นเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เพราะกองกำลังจะต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง” 

“นี่จะเป็นโอกาสให้ทรัมป์ประกาศว่า ‘ตอนนี้ผมควบคุมน้ำมันอิหร่านได้แล้ว’...ปัญหาคือ อิหร่านจะไม่ยอมจำนนทันที แต่จะตอบโต้สหรัฐฯ อย่างรุนแรงสุดขั้ว”

  เกรกอรี บรูว์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านอิหร่านและภาคพลังงานของ ‘Eurasia Group’ บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง กล่าว 

(Photo by CHIP SOMODEVILLA / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์