มาเลเซียจะลดราคาน้ำมันดีเซลลงเหลือ 2.10 ริงกิต (16.71 บาท) ต่อลิตรทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป หลังจากส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดีเซลที่ได้รับการอุดหนุนและน้ำมันดีเซลที่ไม่ได้รับการอุดหนุนในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการลักลอบนำเข้าและสูญเสียรายได้ ในขณะที่น้ำมันดีเซลสำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองและผู้ที่ไม่มีสิทธิ์จะไม่ได้รับการอุดหนุน
ปัจจุบัน น้ำมันดีเซลจำหน่ายในราคาอุดหนุนที่ 2.15 ริงกิต (17.11 บาท) ต่อลิตรในรัฐซาบาห์และซาราวักทางตะวันออก และ 4.37 ริงกิต (34.78 บาท) ในมาเลเซียฝั่งตะวันตก
กระทรวงการคลังระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนว่า ส่วนต่างราคานี้ทำให้เกิดช่องโหว่สำหรับการรั่วไหลของรายได้และการลักลอบนำเข้าน้ำมันดีเซลที่ได้รับการอุดหนุน รวมถึงการลักลอบข้ามพรมแดน
อย่างไรก็ดี กระทรวงไม่ได้ระบุว่า รัฐบาลมีแผนจะจัดหาเงินทุนสำหรับเงินอุดหนุนเพิ่มเติมนี้อย่างไร เนื่องจากงบประมาณของรัฐก็ตึงตัวอยู่แล้วจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามในอิหร่าน
ทั้งนี้ มาเลเซียกำลังมองหาแหล่งเชื้อเพลิงทางเลือก เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจำกัดอุปทานทั่วโลก
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน บริษัทพลังงานแห่งชาติเปโตรนาส หรือ ปิโตรเลียม นาซิออนัล ประกาศว่าได้ลงนามในข้อตกลงใหม่หลายฉบับในเติร์กเมนิสถาน รวมถึงความร่วมมือกับบริษัทของรัฐอย่างเติร์กเมนเนบิตและฮาซาร์เนบิต เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเปโตรนาสในทะเลแคสเปียนและขยายพอร์ตโฟลิโอการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม เผยว่า ข้อตกลงเหล่านี้จะทำให้มาเลเซียสามารถเข้าถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และอาจทำให้สามารถเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ได้
อันวาร์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัสเซียยังให้คำมั่นกับมาเลเซียว่าจะทำข้อตกลงระยะยาวสำหรับการจัดหา น้ำมัน ก๊าซ และดีเซล เป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
Photo by JIMIN LAI / AFP





