สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (คิงส์ชาร์ลส์ที่ 3) และสมเด็จพระราชินีคามิลลา (ควีนคามิลลา) เสด็จถึงทำเนียบขาวในวันจันทร์ (27 เม.ย.) เพื่อเริ่มต้นการเสด็จเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน เนื่องในโอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเสด็จเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่การเสด็จเยือนอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2007
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษตึงเครียดจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์นายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ ที่ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่สหรัฐฯ แม้ว่าคิงส์ชาร์ลส์จะต้องวางตัวอยู่เหนือการเมือง แต่รัฐบาลอังกฤษก็หวังว่า “การเยือนสหรัฐฯ ของคิงส์ชาร์ลส์ที่ 3 และควีนคามิลลาครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความตึงเครียดดังกล่าวได้”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ได้นำทั้ง 2 พระองค์เยี่ยมชมทำเนียบขาว จากนั้น คิงส์ชาร์ลส์ที่ 3 และควีนคามิลลา ก็เสด็จร่วมงานเลี้ยงในสวนที่สถานทูตอังกฤษในกรุงวอชิงตัน โดยมีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบริหารของทรัมป์เข้าร่วมด้วย ได้แก่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, โฮเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, และเมห์เม็ต ออซ ผู้บริหารโครงการประกันสุขภาพเมดิแคร์และเมดิเคด
คิงส์ชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ในงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการในวันอังคารนี้ (28 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ณ ห้องตะวันออก ทำเนียบขาว ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นอกจากนี้ ยังคาดว่าพระองค์จะทรงกล่าวถึงเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 2 ที่พระมหากษัตริย์อังกฤษจะทรงกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมร่วมของรัฐสภา โดยครั้งแรกคือ ‘สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2’ ในปี 1991
“การเสด็จเยือนสหรัฐฯ ของคิงส์ชาร์ลส์ที่ 3 ก่อนวันครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ นั้น ‘มีความสำคัญอย่างยิ่ง’ ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษ”
— อีเว็ตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ บอกกับสำนักข่าว CNN เมื่อวันจันทร์ (27 เม.ย.)
(Photo by X : The Royal Family @RoyalFamily)





