หาก คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ แต่งตั้ง คิมจูแอ ลูกสาว เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มีการคาดการณ์ว่า อาจเกิดความขัดแย้งระหว่าง คิมจูแอ และคิมโยจอง น้องสาวของคิมจองอึนรองผู้อำนวยการของพรรคแรงงานซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในเกาหลีเหนือจนเป็นที่นับหน้าถือตาในเกาหลีเหนือ
หน่วยงานข่าวกรองของเกาหลีใต้แจ้งต่อรัฐสภาเมื่อเร็วๆ นี้ว่า คิมจองอึนได้เลือกคิมจูแอ ซึ่งเชื่อว่ามีอายุ 13 ปี ให้ขึ้นครองอำนาจเมื่อเขาเสียชีวิต โดยคิมจูแออยู่ในขั้น “การแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง” แล้ว
ราจองอิล อดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำสหราชอาณาจักร และรองผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของโซล เผยกับเว็บไซต์ The Telegraph ว่า คิมจูแออาจเผชิญกับการต่อต้านจากคิมโยจอง อาผู้ทะเยอทะยานและโหดเหี้ยมของเธอ
ราจองอิลเผยว่า ว่ากันว่า คิมโยจอง วัย 38 ปี กำลังวางแผนที่จะยึดอำนาจหากคิมจองอึนเสียชีวิตหรือไร้ความสามารถ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อคิมจูแอในตระกูลที่ไม่เคยลังเลที่จะลอบสังหารคู่แข่งทางการเมือง

คิมจูแอ บุตรสาวเพียงคนเดียวที่ทราบชื่อของคิมจองอึน และรีโซลจู ภรรยา ปรากฏตัวในงานทางการต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกเคียงคู่กับบิดาระหว่างการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 รวมทั้งการเยือนจีนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำให้เกิดการคาดเดาว่า เธออาจกำลังถูกเตรียมตัวให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา
แต่อาของเธอ ซึ่งเป็นน้องสาวของคิมจองอึน ได้การสนับสนุนทางการเมืองและการทหารอย่างมากภายในพรรคแรงงานเกาหลี และถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากเป็นอันดับ 2 ในเกาหลีเหนือ
ราจองอิลเผยว่า “มันขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา แต่ผมเชื่อว่าหากคิมโยจองเชื่อว่าเธอมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำสูงสุด เธอก็จะคว้าโอกาสนั้นไว้ สำหรับเธอแล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่จะยับยั้งไม่ให้เธอดำเนินโครงการทางการเมืองของตัวเอง” และว่า การแย่งชิงอำนาจ “น่าจะเกิดขึ้น”
เมื่อพิจารณาจากประวัติของตระกูลคิม การต่อสู้ภายในใดๆ ก็ตามต้องมีการนองเลือด
2 ปีหลังจากคิมจองอึนขึ้นครองอำนาจต่อจากบิดาในเดือนธันวาคม 2011 เขาได้สั่งจับกุม จางซองแท็ก ลุงและที่ปรึกษาของตัวเอง ในข้อหา “กระทำการต่อต้านพรรค ต่อต้านการปฏิวัติ และแบ่งฝักแบ่งฝ่าย”
หลังจากการพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นทางการ จางซอลแท็กถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในวันที่ 12 ธันวาคม 2013
อีกเคสหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่คือ คิมจองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิมจองอึน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าจะเป็นผู้นำเกาหลีเหนือในอนาคต ถูกลอบสังหารที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 โดยถูกโปะด้วยสารพิษทำลายประสาท VX ที่ใบหน้า คิมจองนัมอาศัยอยู่ในมาเก๊าหลังจากถูกเนรเทศตั้งแต่ปี 2003
กลับมาที่คิมจูแอ เธอปรากฏตัวเคียงข้างคิมจองอึนในงานต่างๆ เช่น การทดสอบยิงขีปนาวุธใหม่ และงานทางการทูต ซึ่งรวมถึงขบวนพาเหรดทางทหารในปักกิ่งในเดือนกันยายนปีที่แล้ว เพื่อรำลึกถึงความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง
หน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (NIS) ระบุว่า พวกเขาพิจารณา “สถานการณ์หลายประการ” เมื่ออ้างว่าคิมจูแอ ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของคิมจองอึน รวมถึง “การปรากฏตัวต่อสาธารณะที่โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ ของเธอในงานทางการ”
NIS ระบุว่า หากเธอเข้าร่วมการประชุมพรรคของเกาหลีเหนือในปลายเดือนนี้ ซึ่งเป็นงานทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเปียงยางที่จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี หรือได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในงานนี้ การคาดการณ์เกี่ยวกับการเตรียมตัวเธอเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของคิมจองอึนน่าจะถูกจับตามากขึ้น
มีการคาดเดากันอย่างกว้างขวางว่า ทำไมคิมจองอึนจำเป็นต้องแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งเร็วแบบนี้ ทั้งที่ตัวเขาเองเพิ่งอายุ 42 ปี
มีข่าวลือว่าผู้นำเกาหลีเหนือมีปัญหาสุขภาพหลายประการ และมีรายงานว่า เขาดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัด เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และในปี 2024 ยังมีการประมาณว่าคิมจองอึนหนักประมาณ 140 กิโลกรัม ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้ถูกต้องก็ถือว่ามีความเสี่ยง
คิมจองอิล บิดาของคิมจองอึนเอง ก็ป่วยด้วยโรคที่คล้ายคลึงกันและเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายตอนอายุ 70 ปี

รายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมบนเว็บไซต์ 38 North ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของศูนย์วิจัย Stimson Centre ในสหรัฐฯ ได้เตือนถึง “ความปั่นป่วน” ในกรณีที่คิมจองอึนเสียชีวิตกะทันหัน โดยได้ระบุถึงสถานการณ์การสืบทอดอำนาจที่เป็นไปได้
รายงานของ 38 North ยังเน้นย้ำถึง “ความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างคิมจองอึนกับผู้สืบทอดตำแหน่ง”
รายงานระบุว่า “ในระยะสั้น คนที่มีฐานเสียงทางการเมืองมั่นคงกว่า เช่น คิมโยจอง มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าในกรณีที่คิมจองอึนเสียชีวิตกะทันหันหรือป่วยหนัก”
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า คนอื่นๆ เช่น คิมจูแอ หรือพี่น้องของเธอ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเด็กผู้ชาย 2 คน “ยังอายุน้อยเกินไปและยังไม่เป็นที่ยอมรับมากพอที่จะได้รับการพิจารณาให้สืบทอดตำแหน่งในอีก 5-15 ปีข้างหน้า”
รายงานของ 38 North สรุปว่า “คิมโยจองสามารถเอาชนะคนอื่นๆ ได้ทันที เนื่องจากได้รับการสนับสนุนทางการเมืองและการทหารจากพรรคแรงงานเกาหลี”
Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP, JORGE SILVA / POOL / AFP




