ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวว่า “ญี่ปุ่นวางแผนที่จะติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานบนเกาะโยนากุนิ” ซึ่งเป็นเกาะทางตะวันตกที่ห่างไกลใกล้กับไต้หวันภายในเดือนมีนาคม 2031 ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น และนี่เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นระบุช่วงเวลาสำหรับการติดตั้งขีปนาวุธบนเกาะโยนากุนิ นับตั้งแต่มีการประกาศในปี 2022
โคอิซูมิ ประกาศกำหนดการส่งมอบขีปนาวุธเมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันหลังจากที่จีนได้กำหนดมาตรการจำกัดการส่งออกต่อบริษัทและหน่วยงานของญี่ปุ่น 20 แห่ง โดยอ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
“หน่วยโยนากุนิจะติดตั้งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศพิสัยกลางที่สามารถสกัดกั้นเครื่องบินและขีปนาวุธที่เข้ามาได้...ช่วงเวลาในการประจำการหน่วยขีปนาวุธอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในอนาคต แต่แผนปัจจุบันคือปีงบประมาณ 2030”
— โคอิซูมิ กล่าว ขณะที่จีนยังไม่ได้ตอบสนองต่อคำประกาศของโคอิซูมิ
หน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรบกวนการสื่อสารและเรดาร์ของศัตรูจะถูกจัดตั้งขึ้นในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมีนาคมปีหน้า
อย่างไรก็ดี เมื่อไม่กี่วันมานี้หลังนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย จีนได้ส่งโดรนบินใกล้เกาะโยนากุนิเพื่อแสดงความไม่พอใจ ทำให้ญี่ปุ่นต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้น
ชัยชนะดังกล่าวทำให้ทาคาอิจิมีพื้นที่ทางการเมืองในการผลักดันการเสริมสร้างศักยภาพด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกัน การประกาศเรื่องเกาะโยนากุนิจึงไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนทางทหารเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะเป็นบทเริ่มต้นของญี่ปุ่นที่แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น และไม่น่าจะจบลงเพียงเท่านี้
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้เปลี่ยนเกาะโยนากุนิที่เงียบสงบให้กลายเป็นฐานทัพทางทหาร ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เฝ้าระวังชายฝั่งและมีกำลังพลประมาณ 160 นายจากกองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่นประจำการอยู่
ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เมื่อนายกฯ ทาคาอิจิของญี่ปุ่นดูเหมือนจะบ่งชี้ว่า “ญี่ปุ่นจะระดมกองกำลังป้องกันตัวเองทันที หากไต้หวันถูกโจมตี” คำกล่าวของทาคาอิจิทำให้ความสัมพันธ์กับจีนตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี และจีนเองก็ได้เพิ่มแรงกดดันในหลายด้าน ทั้งการส่งเรือรบ จำกัดการส่งออกแร่หายาก จำกัดการท่องเที่ยวของชาวจีน ยกเลิกคอนเสิร์ต หรือแม้กระทั่งขอทวงแพนด้าคืน
(Photo by Handout / Japan Ground Self-Defense Force (JGSDF) / AFP)





