ส่องความร้ายกาจ ‘ทุ่นระเบิดทางทะเล’ ของอิหร่านที่ (อาจ) เป็นฝันร้ายของเรือรบสหรัฐฯ-เรือพาณิชย์ทั่วโลก

12 มี.ค. 2569 - 18:26

  • เรือรบสหรัฐฯ อาจกำลังเจองานยาก!...เมื่ออิหร่านเดินเกมเริ่มวาง ‘ทุ่นระเบิด’ ทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหมายความว่าเรือรบสหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ ที่ไม่ได้มีแค่ขีปนาวุธ และโดรน

  • แม้กองกำลังสหรัฐฯ จะบอกว่าโจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปแล้ว 28 ลำ แต่หลายฝ่ายก็ยังกังวลใจกลัวอิหร่านจะวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำในช่วงทศวรรษ 1980

  • เปิดความร้ายกาจ ‘ทุ่นระเบิดทางทะเล’ ของอิหร่านที่ (อาจ) เป็นฝันร้ายของเรือรบสหรัฐฯ และเรือพาณิชย์ทั่วโลก

ส่องความร้ายกาจ ‘ทุ่นระเบิดทางทะเล’ ของอิหร่านที่ (อาจ) เป็นฝันร้ายของเรือรบสหรัฐฯ-เรือพาณิชย์ทั่วโลก

เรือรบสหรัฐฯ อาจกำลังเจองานยาก!...เมื่ออิหร่านเดินเกมเริ่มวาง ‘ทุ่นระเบิด’ ทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหมายความว่าเรือรบสหรัฐฯ ที่คอยคุ้มกันเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านเส้นทางน้ำแคบๆ นี้ จะต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ ที่ไม่ได้มีแค่ขีปนาวุธ และโดรน แต่ยังมีทุ่นระเบิดใต้น้ำเพิ่มเข้ามาอีก 

รายงานระบุว่า “อิหร่านยังคงมีเรือขนาดเล็กและเรือวางทุ่นระเบิดอยู่ประมาณ 80-90% นั่นหมายความว่าอิหร่านสามารถวางทุ่นระเบิดได้หลายร้อยลูกหากสถานการณ์บานปลายเพื่อโจมตีเรือที่แล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้” 

แม้กองกำลังสหรัฐฯ จะบอกว่าโจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปแล้ว 28 ลำ แต่หลายฝ่ายก็ยังกังวลใจกลัวอิหร่านจะวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำในช่วงทศวรรษ 1980...และนั่นคงเป็นฝันร้ายสำหรับทีมกู้ทุ่นระเบิดของชาติตะวันตกทีเดียวเลยล่ะ 

แล้ว ‘ทุ่นระเบิดทางทะเล’ คืออะไรกัน? 

(Photo by JOSEPH EID / AFP)
(Photo by JOSEPH EID / AFP)

‘ทุ่นระเบิดทางทะเล’ (Sea Mines) เป็นอุปกรณ์ระเบิดที่วางไว้ใต้น้ำเพื่อสร้างความเสียหาย หรือทำลายเรือและเรือดำน้ำ ทุ่นระเบิดเหล่านี้จะถูกวางทิ้งไว้และจะถูกกระตุ้นหากเรือเข้าใกล้ สัมผัสกับเรือลำใดลำหนึ่ง หรือแม้แต่เสียงของเรือ มักถูกใช้ในสงครามทางทะเลเพื่อปิดกั้นเรือข้าศึกไม่ให้เข้าสู่พื้นที่บางแห่ง หรือเพื่อบังคับให้เรือเหล่านั้นแล่นไปตามเส้นทางเฉพาะที่ทำให้การโจมตีง่ายขึ้น 

ศูนย์โรเบิร์ต สเตราส์เพื่อความมั่นคงและกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า “ทุ่นระเบิดอาจบรรจุวัตถุระเบิดได้ตั้งแต่ประมาณ 100 ปอนด์ไปจนถึงมากกว่า 2,000 ปอนด์ และสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงป้องกันและโจมตีฝ่ายศัตรู” 

เมื่อเทียบกับอาวุธสมัยใหม่หลายชนิดแล้ว ทุ่นระเบิดทางทะเลนั้นตรวจจับได้ยากและมีราคาค่อนข้างถูก ยกตัวอย่าง ทุ่นระเบิดแบบสัมผัส (contact mines) บางรุ่นมีราคาเพียงประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.7 หมื่นบาท) จึงไม่น่าแปลกใจที่มันจะเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจสำหรับสงครามแบบไม่สมมาตร (การรบระหว่างฝ่ายที่มีกำลังทหารต่างกัน) 

“ทุ่นระเบิดเป็นอาวุธของคนจน พวกมันเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อการค้าทางทะเลและเสรีภาพในการปฏิบัติการของกองทัพเรือ” อดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือฝรั่งเศสและผู้เชี่ยวชาญด้านนี้บอกกับสำนักข่าว AFP 

อิหร่านมีทุ่นระเบิดกี่ลูก... 

จากรายงานคาดว่า “อิหร่านมีทุ่นระเบิดทางทะเลประมาณ 5,000-6,000 ลูก รวมถึงทุ่นระเบิดลอยน้ำที่ยากต่อการสกัดกั้น” นอกจากนี้ อิหร่านยังมีทุ่นระเบิดแบบติดกับตัวเรือ ซึ่งสามารถตั้งเวลาให้ระเบิดในเวลาที่กำหนดได้ 

หน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ (DIA) ระบุในรายงานปี 2019 ว่า “อิหร่านสามารถติดตั้งทุ่นระเบิดเหล่านี้ในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เรือขนาดเล็กความเร็วสูงไปวางทุ่นระเบิด” 

ว่าด้วยกฎหมายการวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากล 

   (Photo by : Wikipedia / Los688)
(Photo by : Wikipedia / Los688)

แม้ว่าบางคนอาจเข้าใจผิดว่ากฎหมายระหว่างประเทศจำกัดการบังคับใช้ทุ่นระเบิดอย่างเข้มงวด แต่โดยทั่วไปแล้วเป็นที่ยอมรับกันตามกฎระเบียบระหว่างประเทศสำหรับการวางทุ่นระเบิดในยามสงบหรือในภาวะวิกฤต ดังนี้ : 

  • ประเทศต่างๆ สามารถวางทุ่นระเบิดควบคุม หรือสั่งการในน่านน้ำของตัวเองได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้อื่นทราบ และในน่านน้ำหมู่เกาะและน่านน้ำอาณาเขตในยามสงบเพื่อวัตถุประสงค์ด้าน ‘ความมั่นคงแห่งชาติ’ ชั่วคราว แต่ต้องแจ้งตำแหน่งทุ่นให้เรือต่างชาติหลบเลี่ยงทุ่นดังกล่าว 
  • ประเทศต่างๆ ไม่สามารถวางทุ่นระเบิดในช่องแคบระหว่างประเทศ หรือเส้นทางเดินเรือในหมู่เกาะในยามสงบได้ 
  • ประเทศต่างๆ สามารถวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำหมู่เกาะ หรือน่านน้ำอาณาเขตของตัวเองได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ 
  • ประเทศต่างๆ สามารถวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากลได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ ตราบใดที่การวางทุ่นระเบิดนั้นไม่ถือเป็นการ ‘รบกวนอย่างไม่สมเหตุสมผล’ ต่อการใช้ทะเลอย่างถูกต้องตามกฎหมายอื่นๆ 
  • ประเทศต่างๆ ไม่สามารถวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากลก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ ยกเว้นในกรณีพิเศษ หากมีการวางทุ่นระเบิด จะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

ทุ่นระเบิดที่อิหร่านวาง...ร้ายกาจยังไง 

เมื่อทุ่นระเบิดระเบิดใต้น้ำ มันจะสร้างทั้งคลื่นกระแทกและฟองก๊าซที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งฟองก๊าซดังกล่าวสามารถพุ่งชนท้องเรือด้วยแรงมหาศาล ส่วนคลื่นกระแทกนั้นสามารถสร้างความเสียหายให้ตัวเรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบกลไก นอกจากนี้ยังทำให้เรือเสียการทรงตัว หรือโครงสร้างเรือบิดงอ 

ทั้งนี้ ระดับความเสียหายขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดของวัตถุระเบิด ความลึกของทุ่นระเบิด ความแข็งแรงและขนาดของเรือ   

แต่ทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (อาจ) เป็นฝันร้ายสำหรับเรือรบสหรัฐฯ-เรือพาณิชย์ทั่วโลก 

เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซทำให้มีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อสงครามทุ่นระเบิด นั่นเป็นเพราะว่าเส้นทางเดินเรือที่แคบ ต่อให้วางทุ่นระเบิดที่มีจำนวนจำกัดก็สามารถขัดขวางการจราจร หรือบังคับให้เรือหลีกเลี่ยงเส้นทางบางเส้นได้ 

แม้แต่การข่มขู่ด้วยทุ่นระเบิดก็สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขนส่งทางทะเลทั่วโลก “อิหร่านอาจใช้ทุ่นระเบิดจำนวนจำกัด หรือข่มขู่ด้วยทุ่นระเบิดเพื่อยับยั้งเรือและเพิ่มต้นทุนประกันภัยสำหรับเรือที่เข้าสู่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย การวางทุ่นระเบิดเช่นนั้นจะมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการปิดล้อม” รายงานของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ที่เปิดเผยในปี 2009 ระบุ 

เคยมีเหตุการณ์วางทุ่นระเบิดทางทะเลมาก่อนหรือไม่ 

(Photo by : Shutterstock / Anelo)
(Photo by : Shutterstock / Anelo)
  • อิหร่านเคยวางทุ่นระเบิดทางทะเลใน ‘สงครามเรือบรรทุกน้ำมัน’ กับอิรักช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวบังคับให้สหรัฐฯ ต้องคุ้มกันเรือพาณิชย์ 
  • ในสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 กองกำลังอิรักก็ได้วางทุ่นระเบิด 1,300 ลูก สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ รวมถึงเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี ‘USS Princeton’ ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ต้องใช้เงินประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 พันล้านบาท) ในการซ่อมแซมให้กลับมาประจำการได้เหมือนเดิม  

“กองกำลังพันธมิตรนานาชาติใช้เวลามากกว่า 2 ปีในการปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดอย่างเข้มข้นกว่าที่จะประกาศว่าอ่าวเปอร์เซียตอนเหนือปลอดจากทุ่นระเบิดแล้ว” สก็อตต์ ทรูเวอร์ นักวิจัยชาวอเมริกันผู้ซึ่งเคยสอนที่วิทยาลัยสงครามกองทัพเรือ เขียนไว้ในปี 2012 

(Photo by : Shutterstock / FOTOGRIN) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์