รายงานจากสถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) ระบุว่า “ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงของโรงงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ของอิหร่าน เผยให้เห็นถึงความเร่งรีบในการปกป้องโรงงานดังกล่าวจากการโจมตีทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล”
ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) ที่ผ่านมา ปรากฏให้เห็นว่าอิหร่านได้ใช้ประโยชน์จากความล่าช้าในการโจมตีดังกล่าว นับตั้งแต่การประท้วงเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมเริ่มขึ้น เพื่อปกป้องโรงงานนิวเคลียร์ให้ดียิ่งขึ้น
โรงงานนิวเคลียร์ที่กล่าวถึงคือ ‘อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่คูห์-เอ โกลัง กาซ ลา’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ภูเขาจอบ’ ตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์นาตันซ์หลายแห่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ก่อนจะเกิดสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอล-อิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
โรงงานนาตันซ์อื่นๆ ส่วนใหญ่ รวมถึงเครื่องหมุนเหวี่ยงที่มีอยู่ ณ เวลานั้น ถูกทำลายไปในสงครามครั้งนั้น แต่โรงงานแห่งนี้รอดจากการถูกโจมตีมาได้ด้วยเหตุผลที่ยังไม่ชัดเจน
รายงานระบุว่า “สถานที่นิวเคลียร์ใต้ดินขนาดใหญ่ที่เพิ่งสร้างใหม่นี้ยังไม่เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รอดจากการโจมตีครั้งก่อน แต่มีความกังวลว่าอาจถูกนำไปใช้ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หรือแม้กระทั่งเพื่อเร่งสร้างอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กอย่างลับๆ ในอนาคตหากไม่ถูกกำจัด”
นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โรงงานแห่งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากอิหร่าน เนื่องจากเป็นโรงงานที่สำคัญที่สุดที่เหลือเพียงแห่งเดียวสำหรับการใช้งานในโครงการนิวเคลียร์ในอนาคต
สถาบัน ISIS ระบุในรายงานล่าสุดว่า “มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมความแข็งแกร่งที่ปากทางเข้าอุโมงค์ 2 แห่ง ภาพถ่ายเผยให้เห็นถึงกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ทั่วทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายยานพาหนะจำนวนมาก รวมถึงรถบรรทุกดัมพ์ รถผสมปูนซีเมนต์ และอุปกรณ์หนักอื่นๆ เช่น รถแบ็คโฮและรถบรรทุกที่ติดตั้งเครน”
“ภาพถ่ายดาวเทียว ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เผยให้เห็นว่ามีการเทคอนกรีตลงบนส่วนต่อขยายทางเข้าอุโมงค์ด้านตะวันตก ส่วนบริเวณทางเข้าอุโมงค์ด้านตะวันออกแห่งหนึ่งก็มีหินและดินถูกดันกลับและปรับระดับอยู่เหนือปากอุโมงค์ นอกจากนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ยังมีการเพิ่มโครงสร้างหัวต่อคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับส่วนต่อขยายทางเข้าอุโมงค์ ซึ่งช่วยให้สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกหิน ดิน หรือคอนกรีตได้”
“ความพยายามเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับปากอุโมงค์และเป็นการเสริมการป้องกันเพิ่มเติมจากการโจมตีทางอากาศ...การพบเห็นเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ในบริเวณนั้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าโรงงานอาจยังไม่พร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ยังมีการพบเห็นยานพาหนะขนาดเล็กและยานพาหนะที่มีหลังคาปิดมิดชิดอยู่ใกล้ทางเข้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิหร่านอาจกำลังติดตั้งอุปกรณ์ภายในอุโมงค์”
— รายงาน ISIS ระบุ
อิหร่านเคยอ้างในอดีตว่าการก่อสร้างนี้ก็เพื่อสร้างโรงงานประกอบเครื่องหมุนเหวี่ยงขั้นสูงขึ้นใหม่ หลังจากที่โรงงานอื่นๆ ถูกทำลายในสงคราม แต่ขนาดสถานที่ใหญ่เกินไป บวกกับภูเขาสูงที่ปกป้องอย่างดี ทำให้ทุกฝ่ายต่างกังวลทันทีว่าอิหร่านอาจซ่อนแผนกิจกรรมลับอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
รายงาน ISIS ระบุอีกว่า “โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน เช่น ปล่องระบายอากาศที่น่าจะมีเพียง 1 จุด พร้อมสายไฟทั้งบนพื้นดินและใต้ดิน ดูไม่เพียงพอที่จะรองรับการดำเนินงานหนักๆ ภายในอุโมงค์ เช่น การแยกยูเรเนียมนั้นก็ดูไม่น่าเป็นไปได้”
ขณะที่อิสราเอลหวังว่าโรงงานแห่งนี้อาจไม่สามารถดำเนินกิจกรรมนิวเคลียร์ทั้งหมดที่อิหร่านสูญเสียจากการถูกโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 แต่หากอิหร่านวางแผนที่จะขยายขีดความสามารถของโรงงานแห่งนี้ การทำงานในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเพื่อปกปิดจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้นได้นั้น ก็ทำให้เป้าหมายที่ยากต่อการโจมตีอยู่แล้วยิ่งยากขึ้นไปอีก
(Photo by Satellite image ©2026 Vantor / AFP)




