เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อิหร่านเปิดเผยกรอบการเจรจา 10 ข้อ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าเป็น “พื้นฐานที่ใช้ได้จริงในการเจรจา” เพื่อยุติสงคราม ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่นั้นดูจะยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะประนีประนอมกับเป้าหมายของสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งเผยว่า ข้อเรียกร้องที่สื่ออิหร่านนำเสนอไม่ตรงกับสิ่งที่ทรัมป์กล่าวถึง เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวขอไม่เปิดเผยชื่อเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการหารือภายในทำเนียบขาว
อิหร่านเปิดเผยข้อเสนอฉบับของตัวเองในเช้าวันหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวรวมถึงการถอนทหารอเมริกันออกจากภูมิภาค การยืนยันการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่าน และการรักษาสิทธิในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ข้อเรียกร้องหลายข้อเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะขัดแย้งกับข้อเสนอ 15 ข้อที่ผู้ไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ เสนอไว้เมื่อเดือนที่แล้ว
ข้อเสนอดังกล่าวไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับทราบรายละเอียดของแผน ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The New York Times โดยไม่เปิดเผยชื่อบอกว่า ข้อเสนอนี้ครอบคลุมถึงโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงการค้าทางทะเลด้วย
ในระหว่างการเจรจาครั้งก่อน ผู้ไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ ได้ผลักดันให้จำกัดระยะทำการของขีปนาวุธของอิหร่านและยุติการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ทั้งหมดของอิหร่าน
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์อ้างถึงแผนของสหรัฐฯ โดยเขียนบนโซเชียลมีเดียว่า “หลายข้อจาก 15 ข้อได้ตกลงกันไปแล้ว” และย้ำถึงการยืนยันของเขาเรื่อง “ห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียม”
ต่อไปนี้คือข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน ตามรายงานของสำนักข่าวทางการ IRNA ของอิหร่าน โดย The New York Times ได้ชี้ว่า ข้อเรียกร้องเหล่านี้อาจขัดแย้งกับเป้าหมายของสหรัฐฯ อย่างไร
1. การรับประกันจากสหรัฐฯ ว่าจะไม่รุกรานอิหร่าน
ในข้อเสนอ 15 ข้อก่อนหน้านี้ที่เสนอโดยผู้ไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ มีเพียงการหยุดยิงเท่านั้น แต่อิหร่านต้องการให้มีการยุติการสู้รบอย่างเป็นทางการและถาวรมากกว่านั้น
บุคคลสำคัญด้านความมั่นคงในภูมิภาคและอดีตนักการทูตอิหร่านบอกว่า นี่คือหนึ่งในข้อเรียกร้องหลัก ซึ่งอิหร่านจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
2. อิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
นี่น่าจะเป็นประเด็นขัดแย้งสำคัญ ความสามารถของอิหร่านในการปิดกั้นการจราจรผ่านช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก ได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นไปได้ยากมากที่สหรัฐฯ หรือประเทศเพื่อนบ้านอาหรับในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านจะยอมรับเรื่องนี้
3. ยุติสงครามระดับภูมิภาคในทุกแนวรบ รวมถึงสงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรของอิหร่านในเลบานอน
นี่อาจกลายเป็นจุดร่วมในที่สุด
สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการให้อิหร่านควบคุมพันธมิตรกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านให้การสนับสนุน ซึ่งเรียกว่า “แกนแห่งการต่อต้าน” ทั่วภูมิภาค กลุ่มติดอาวุธเหล่านี้หลายกลุ่มให้ความช่วยเหลืออิหร่านในสงครามปัจจุบัน โดยโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธใส่เป้าหมายของสหรัฐฯ ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย และอิสราเอล หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีครั้งใหญ่ จากนั้นอิสราเอลก็ประกาศแผนการที่จะยึดครองบางส่วนของเลบานอนตอนใต้
อิสราเอลกล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน ส่วนในระยะยาวแนวรบในเลบานอนจะสามารถเข้ามาอยู่ในข้อตกลงระยะยาวได้หรือไม่นั้นยังเห็นไม่ตรงกันในขณะนี้
4. การถอนกำลังรบของสหรัฐฯ ออกจากฐานทัพและที่ตั้งทั้งหมดในภูมิภาค
กองกำลังสหรัฐฯ มีฐานทัพกระจายอยู่ทั่วรัฐอาหรับแถบอ่าวเปอร์เซีย อิสราเอล และอิรัก จึงเป็นเรื่องยากที่สหรัฐฯ จะยอมรับเรื่องนี้
5. การชดเชยค่าเสียหายจากสงครามแก่อิหร่าน
อิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่เพียงแต่ฐานทัพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น โรงงานผลิตยาและเหล็ก สะพาน มหาวิทยาลัย และโรงงานพลังงาน แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ว่าสหรัฐฯ จะพิจารณาเสนอค่าชดเชย
6. การยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์
นี่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับคำแถลงล่าสุดของทรัมป์ที่ห้ามไม่ให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเด็ดขาด
นักการทูตในภูมิภาคบางคนพยายามจะลดข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ โดยเสนอแนะว่า อิหร่านอาจตกลงไม่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างจริงจัง หรือจำกัดการเสริมสมรรถนะให้เหลือเพียงปริมาณเชิงสัญลักษณ์ที่ระดับต่ำสุดสำหรับการใช้งานทางพลเรือน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่
7. การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหลักทั้งหมดต่ออิหร่าน
สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรหลักหลายรูปแบบต่ออิหร่าน หรือข้อจำกัดโดยตรงต่อธุรกรรมทางการเงิน นับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามหลังการปฏิวัติปี 1979
ในการเจรจาครั้งก่อนๆ ผู้ไกล่เกลี่ยมุ่งหวังให้ฝ่ายสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนเพื่อแลกกับการผ่อนปรนในโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งคำแถลงของทรัมป์เมื่อวันพุธที่ผ่านมามีการกล่าวถึงแนวคิดที่จะเสนอ “การผ่อนปรนภาษีและมาตรการคว่ำบาตร”
8. ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมทั้งหมดต่ออิหร่าน
นอกเหนือจากการปิดกั้นการค้ากับอิหร่านโดยตรงแล้ว สหรัฐฯ ยังใช้มาตรการคว่ำบาตรที่ลงโทษประเทศอื่นหรือบริษัทที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจกับอิหร่านด้วย
เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องมาตรการคว่ำบาตรหลัก ข้อเสนอส่วนนี้อาจเจรจาต่อรองได้ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของอิหร่าน
9. การยกเลิกมติทั้งหมดที่คณะกรรมการบริหารขององค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
มีต่ออิหร่าน
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ของสหประชาชาติได้ผ่านมติที่ต่ออิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยระบุว่า อิหร่านไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านประณามว่าเป็นเรื่องการเมือง
สหรัฐฯ ไม่สามารถบังคับให้ IAEA ยกเลิกมติเหล่านั้นได้ แต่อาจกดดันประเทศพันธมิตรให้ทำเช่นนั้นได้ในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ครอบคลุมกับอิหร่าน
10. ยกเลิกมติทั้งหมดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต่ออิหร่าน
สหประชาชาติมีมติต่ออิหร่านหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สหประชาชาติได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยระบุว่า อิหร่านละเมิดข้อตกลงปี 2015 ในการจำกัดการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์
สหรัฐฯ อาจพยายามโน้มน้าวพันธมิตรให้ทำเช่นนี้ แต่ก็อาจต้องอาศัยข้อตกลงที่ครอบคลุมกับอิหร่านเสียก่อน
Photo by HAMED JAFARNEJAD / ISNA / AFP, Photo by ALEX WONG / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP





