ทางการอินเดียกำลังเร่งควบคุมการระบาดของไวรัสนิปาห์ หลังจากพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย และมีผู้คนเกือบ 100 คนต้อง ‘กักตัว’ อยู่ที่บ้านในรัฐเบงกอลตะวันตก ทางตะวันออกของประเทศ
“พบผู้ติดเชื้อใหม่ 3 รายเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เป็นแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อ 2 ราย เป็นพยาบาลชายและหญิง ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต ใกล้กับเมืองหลวงโกลกาตา”
— รายงานระบุ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขรัฐเบงกอลตะวันตกเผยว่า “อาการของผู้ป่วย 2 คนก่อนหน้านี้ซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU พบว่า พยาบาลชายมีอาการดีขึ้น แต่พยาบาลหญิงยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต”
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ ‘ไวรัสนิปาห์’ อยู่ในกลุ่มเชื้อโรคสำคัญลำดับต้นๆ ซึ่งแพร่กระจายระหว่างสัตว์และคน เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อและไม่มีวิธีการรักษา
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญในประเทศ ซึ่งต่อสู้กับการระบาดของไวรัสนิปาห์ทุกปี ก็ได้เตือนถึงลักษณะการติดเชื้อของไวรัสนี้จากสัตว์สู่คน
“เนื่องจากพบไวรัสในค้างคาวบางชนิด การติดเชื้อในมนุษย์จึงเกิดขึ้นได้ยาก และเกิดจากการแพร่กระจายโดยบังเอิญจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาว ซึ่งหมายถึงการบริโภคผลไม้ที่อาจติดเชื้อจากค้างคาว และสิ่งนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ใกล้ป่า...”
— ราจีฟ จายาเดวัน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดียประจำเมืองโคชิน กล่าว
อย่างไรก็ดี ไวรัสนิปาห์มีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของผู้คนหลายสิบคนในรัฐเกรละนับตั้งแต่ปรากฏครั้งแรกในปี 2018 ไวรัสนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1998 ระหว่างการระบาดของโรคในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในมาเลเซียและสิงคโปร์ จากนั้นก็แพร่กระจายข้ามสายพันธุ์ผ่านการสัมผัสกับของเหลวในร่างกายของค้างคาวและสุกรที่ติดเชื้อ และพบการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ในบางกรณี
นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าไวรัสนิปาห์อยู่ในหมู่ค้างคาวผลไม้มานานนับพันปีแล้ว และเกรงว่าสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่แพร่กระจายเชื้อสูงจะเกิดขึ้นจากค้างคาว ทั้งนี้พบว่า โรคติดต่อร้ายแรงนี้ยังสามารถแพร่กระจายผ่านของเหลวในร่างกาย เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ และเลือดได้อีกด้วย
(Photo by AFP)





