ญี่ปุ่นเปิดโปงขบวนการค้าไตเถื่อนในกัมพูชาผ่าตัดกันในโรงพยาบาลทหารกลางกรุงพนมเปญ

20 ก.ค. 2569 - 16:55

  •   การจับกุมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่ทางการญี่ปุ่นจับกุมผู้กระทำการเป็นคนกลางในการปลูกถ่ายอวัยวะในต่างประเทศ

  • สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า ไม่มีแพทย์ชาวจีนคนใดเคยเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลที่สื่อญี่ปุ่นรายงานข่าว

  • โรงพยาบาลในช่าวเคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวระดับโลกเกี่ยวข้องกับการค้าอวัยวะเถื่อนมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนหน้านี้

ญี่ปุ่นเปิดโปงขบวนการค้าไตเถื่อนในกัมพูชาผ่าตัดกันในโรงพยาบาลทหารกลางกรุงพนมเปญ

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวใหญ่ที่ญี่ปุ่นคือ กองบัญชาการตำรวจนครบาลโตเกียวบุกทลายขบวนการค้าอวัยวะเถื่อนในเมืองโยโกฮามา หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่นบินไปผ่าตัดเปลี่ยนไตที่กัมพูชา โดยมีผู้ต้องหา 3 คน ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการญี่ปุ่นจับกุมผู้กระทำการเป็นคนกลางในการปลูกถ่ายอวัยวะในต่างประเทศภายใต้กฎหมายการปลูกถ่ายอวัยวะปี 1997

หัวหน้าขบวนการนี้คือ ฮิโรมิจิ คิคุจิ วัย 66 ปี ซึ่งมีประวัติไม่ดีเรื่องการค้าอวัยวะมาแล้วก่อนหน้านี้ คิคุจิเคยถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาลักลอบค้าไตที่เบลารุสเมื่อปี 2023 และถูกตัดสินจำคุก 8 เดือน โดยเพิ่งเริ่มรับโทษจำคุกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

หลังได้รับการประกันตัวในปี 2024 คิคุจิก็เปิดบริษัทที่ปรึกษาด้านการแพทย์ เพื่อหลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่นที่ต้องการเปลี่ยนไตแบบเร่งด่วน โดยฉวยโอกาสจากภาวะขาดแคลนอวัยวะบริจาคในญี่ปุ่น (ณ สิ้นปี 2025 มีผู้ป่วยในญี่ปุ่นมากกว่า 17,000 รายที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งรวมถึงไต 15,043 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยที่สมองตายหรือหัวใจหยุดเต้นเพียง 158 รายเท่านั้นที่บริจาคอวัยวะในปี 2025 ผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการอวัยวะยังคงอยู่ในรายชื่อรอคอยมานานหลายปี) เพื่อแสวงหาผลกำไรจากผู้ป่วยที่สิ้นหวัง เรียกเก็บค่าดำเนินการสูงถึง 12.3 ล้านเยน โดยอ้างว่าเป็นค่าตอบแทนแพทย์และค่าธรรมเนียมการบริหาร

คิคุจิและผู้ต้องหาอีก 2 คนคือ มิสึรุ คิคุจิ บุตรชาย และทาคาคิ อันโด ประธานองค์กร สมคบกันระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงมกราคม 2026 เพื่อชักชวนชาวญี่ปุ่นที่ต้องการรับการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้บริจาคที่มีชีวิตในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นเป็นชายวัย 70 ปีจากกรุงโตเกียว

ขบวนการนี้ดำเนินการอย่างแยบยลโดยให้คลินิกแห่งหนึ่งในโอซากาตรวจเลือดตรวจสุขภาพผู้ป่วยก่อนออกใบส่งตัวปลอมผ่านผู้ประสานงานชาวจีนไปยังทีมแพทย์ชาวจีนที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศกัมพูชา โดยผู้ป่วยวัย 70 ปีรายนี้เดินทางไปกัมพูชาพร้อมกับบุตรชายของคิคุจิเมื่อเดือนมกราคม และต้องจ่ายเพิ่มอีก 25 ล้านเยนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ให้ทีมประสานงานชาวจีนสำหรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในกัมพูชา

ตำรวจญี่ปุนเชื่อว่า ไตที่ชายวัย 70 ปีคนนี้ได้รับมาจากหญิงชาวกัมพูชาวัย 20 ปี ตำรวจบอกอีกว่า ผู้ต้องสงสัยแจ้งกับผู้ป่วยว่า การผ่าตัดจะดำเนินการโดย “ทีมแพทย์ชาวจีนผู้มีประสบการณ์”

หลังจากสื่อญี่ปุ่นรายงานข่าวการจับกุมการค้าอวัยละที่เชื่อมโยงไปถึงจีน หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ออกแถลงการณ์ที่เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมว่า “สถานทูตจีนในกัมพูชาได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลพระเกตุมาลาแล้ว ไม่มีแพทย์ชาวจีนคนใดเคยเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลแห่งนี้” และว่า รายงานที่ตีพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์ Yomiuri Shimbun ของญี่ปุ่น “เป็นข่าวปลอมโดยสิ้นเชิง”

โรงพยาบาลพระเกตุมาลา
โรงพยาบาลพระเกตุมาลา

โรงพยาบาลที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้ชาวญี่ปุ่นในข่าวคือ โรงพยาบาลพระเกตุมาลาในกรุงพนมเปญ ที่สังกัดกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา โรงพยาบาลแห่งนี้เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวระดับโลกมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งและทั้งสองครั้งล้วนเกี่ยวข้องกับการค้าอวัยวะเถื่อน

ย้อนกลับไปในปี 2023 สำนักข่าว AP รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียสั่งกวาดล้างแก๊งค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ หลังสืบพบขบวนการล่อลวงเหยื่อชาวอินโดนีเซียตกที่ตกงานในช่วงโควิด-19 ระบาดอย่างน้อย 122 คนให้ยอมขายไตแลกเงินราว 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ (302,571 บาท) โดยเปิดเพจเฟซบุ๊คเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะบังหน้า

ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอินโดนีเซียร่วมมือกับแก๊งนี้ด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจากบาหลีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางที่ผิดและปลอมแปลงเอกสารเพื่อให้เหยื่อเดินทางไปต่างประเทศ และได้รับเงินอย่างน้อยคนละ 200 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับเหยื่อแต่ละคนที่ลักลอบพาไปยังกัมพูชาตรงไปยังโรงพยาบาลพระเกตุมาลา

อีกครั้งหนึ่งในปี 2014 ตำรวจกัมพูชาบุกจับกุมผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารพระเกตุมาลา พร้อมด้วยศัลยแพทย์ชาวจีนและบุคคลอีกหลายคนที่ถูกระบุว่าเป็นชาวจีน-เวียดนาม ในข้อหาลักลอบทำธุรกิจค้าไตข้ามชาติ

ในครั้งนั้นพบว่า มีทั้งคนไข้กระเป๋าหนักและเหยื่อรับจ้างขายไตเดินทางมาจากประเทศจีนเพื่อปลูกถ่ายไต เชื่อกันว่าไตแต่ละข้างถูกขายในราคาประมาณ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับผู้ซื้อชาวจีน โดยผู้บริจาคได้รับคนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แม้ในเวลาต่อมาทางการกัมพูชาจะพยายามปฏิเสธและแก้ข่าวว่า การสอบสวนดังกล่าวเป็นความผิดพลาด เป็นเพียงโครงการฝึกอบรมทางการแพทย์และการวิจัยร่วมกันระหว่างแพทย์ทหารกัมพูชากับจีน ไม่ใช่ขบวนการค้าอวัยวะเถื่อน แต่หลักฐานกลับสวนทางกับคำแถลง

ทั้งนี้ ปี 2016 กัมพูชาออกกฎหมายห้ามการปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อการค้า โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี อย่างไรก็ตาม จากเคสที่ผ่านๆ มาชี้ให้เห็นว่า การค้าอวัยวะผิดกฎหมายยังคงเกิดขึ้นในกัมพูชา

Photo by BRENDAN SMIALOWSKI / AFP  การผ่าตัดปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2012

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์