นครอิสตันบูล เมืองในตุรกีเผชิญฝนตกหนักที่สุดในรอบ 84 ปี ส่งผลให้เมืองต้องหยุดชะงัก น้ำท่วมทะลักเข้าบ้านเรือน ร้านค้า และถนนหนทาง จนรถยนต์จำนวนมากติดค้างและลอยไปชนกันจนการจราจรโกลาหล
เจ้าหน้าที่กว่า 8,000 คนเร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชนหลายร้อยคนที่ติดค้างอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่อย่างน้อย 3 ราย สูญหายอีก 5 ราย อพยพแล้วกว่า 3,000 คน
“วิกฤตสภาพภูมิอากาศคือสาเหตุหลักของอุทกภัยครั้งนี้...โลกรวนไม่ใช่เรื่องไกลตัวในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่เร่งด่วนที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งน่าเสียดายที่มันกำลังทำให้รูปแบบของฝนเปลี่ยนไป และส่งผลให้เราต้องเผชิญกับพายุฝนที่ทวีความรุนแรงเฉียบพลันมากขึ้นเรื่อย ๆ”
— มูรัต คูรุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศตุรกี กล่าว
นอกจากนี้ คูรุม ยังออกปากขอร้องให้ประชาชนพักอยู่แต่ในบ้าน และสั่งห้ามรถจักรยานยนต์สัญจรชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาตุรกีเตือนว่า “นครอิสตันบูลและพื้นที่ใกล้เคียงยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ส่งผลให้สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศขยายเวลาปิดโรงเรียนไปจนถึงวันศุกร์ (16 ต.ค.) พร้อมให้เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนหยุดงานตั้งแต่วันพฤหัสบดี (15 ต.ค.)”
สำนักข่าว BBC Turkish รายงานว่า “อุทกภัยในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศ โดยมีเครื่องบินถึง 46 ลำที่ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินในนครอิสตันบูลได้”
ด้านสื่อท้องถิ่นระบุว่า
“ลานจอดรถในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในเขตซาริเยร์ (Sariyer) ถูกน้ำท่วมขังจนรถยนต์จำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่พื้นผิวถนนบางช่วงในพื้นที่อื่น ๆ เกิดการทรุดตัวพังทลาย และมีแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่”
ทั้งนี้ เขตปริมณฑลและมหานครอิสตันบูลมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมากกว่า 16 ล้านคน ซึ่งล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอีกหลายจังหวัดแล้วเช่นกัน
(Photo by BERK OZKAN / AFP)





