ประธานาธิบดีฟรังค์ ชไตน์ไมเออร์ ของเยอรมนีออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างรุนแรงภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเรียกร้องให้ทั่วโลกอย่าปล่อยให้ระเบียบโลกแตกสลายกลายเป็น ‘รังโจร’ ที่คนไร้ศีลธรรมฉวยโอกาสเอาเปรียบ
ในถ้อยแถลงที่รุนแรงผิดปกติ ซึ่งดูเหมือนจะอ้างถึงการกระทำต่างๆ ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ เช่น การโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ประชาธิปไตยทั่วโลกกำลังถูกโจมตีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ชไตน์ไมเออร์ กล่าว
แม้ว่าบทบาทของประธานาธิบดีเยอรมนีจะเป็นพิธีการเป็นส่วนใหญ่ แต่คำพูดของชไตน์ไมเออร์ก็มีน้ำหนัก และเขาก็มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นมากกว่านักการเมือง
ชไตน์ไมเออร์ยังกล่าวถึงการผนวกไครเมียของรัสเซียและการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ และกล่าวว่า “พฤติกรรมของสหรัฐฯ แสดงถึงการแตกหักทางประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2 นอกจากนี้ ยังมีการเสื่อมถอยของค่านิยมโดยพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของเราอย่างสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ช่วยสร้างระเบียบโลกนี้”
“สิ่งสำคัญคือการป้องกันไม่ให้โลกกลายเป็นรังโจร ที่ซึ่งคนไร้ศีลธรรมที่สุดเอาเปรียบทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ ที่ซึ่งภูมิภาคหรือประเทศทั้งหมดถูกมองว่าเป็นทรัพย์สินของมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศ”
— ชไตน์ไมเออร์ กล่าว
เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ผลสำรวจความคิดเห็นของสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ARD ระบุว่า :
- 76% ของชาวเยอรมันที่ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่า “สหรัฐฯ ไม่ใช่พันธมิตรที่เยอรมนีสามารถพึ่งพาได้” เพิ่มขึ้น 3% จากเดือนมิถุนายน 2025
- มีเพียง 15% เท่านั้นที่รู้สึกว่า “เยอรมนีสามารถไว้วางใจสหรัฐฯ ได้” ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดที่บันทึกไว้ในการสำรวจเป็นประจำ
- ประมาณ 3 ใน 4 รู้สึกว่า “พวกเขาสามารถพึ่งพาฝรั่งเศสและอังกฤษได้”
- 69% “กังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในยุโรป” ซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับกลุ่มที่คิดว่าประเทศพันธมิตร NATO ไม่สามารถพึ่งพาการคุ้มครองจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างสหรัฐฯ ได้
(Photo by Hannah McKay / POOL / AFP)



