จากผู้ล่าสู่อาหารอันโอชะ! วิกฤตหมีระบาดในญี่ปุ่นจุดกระแสนิยมคนกินเนื้อหมีมากขึ้น

24 ธ.ค. 2568 - 10:11

  • วิกฤตหมีระบาดในญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้จุดประกายกระแสความนิยมด้านอาหาร เนื่องจากร้านอาหารต่างพากันนำเนื้อหมีที่ถูกกำจัดเพื่อป้องกันการทำร้ายผู้คน มาเสิร์ฟในร้านจนได้รับความนิยมอย่างมาก

  • “เมื่อข่าวเกี่ยวกับหมีเพิ่มมากขึ้น จำนวนลูกค้าที่ต้องการกินเนื้อหมีก็เพิ่มขึ้นมาก...เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อชีวิตของหมี การนำเนื้อหมีมาใช้ในร้านอาหารแบบนี้จึงดีกว่าการนำไปฝัง” ซูซูกิ เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง บอก

  • ขณะที่ ทากาอากิ คิมูระ นักแต่งเพลงวัย 28 ปี หนึ่งในลูกค้าที่ลองทานเนื้อหมีเป็นครั้งแรก เผยพร้อมรอยยิ้มว่า “เนื้อมันฉ่ำมาก ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย”

จากผู้ล่าสู่อาหารอันโอชะ! วิกฤตหมีระบาดในญี่ปุ่นจุดกระแสนิยมคนกินเนื้อหมีมากขึ้น

วิกฤตหมีระบาดในญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 13 รายในปีนี้ และเป็นสถิติสูงสุด ได้จุดประกายกระแสความนิยมด้านอาหาร เนื่องจากร้านอาหารต่างพากันนำเนื้อหมีที่ถูกกำจัดเพื่อป้องกันการทำร้ายผู้คน มาเสิร์ฟในร้านจนได้รับความนิยมอย่างมาก 

ร้านอาหารของซูซูกิในเมืองชิชิบุบนเนินเขาใกล้โตเกียว ได้เสิร์ฟเนื้อหมีที่นำมาปรุงสุกบนแผ่นหิน หรือในหม้อไฟพร้อมผัก ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากมีข่าวพาดหัวเกี่ยวกับหมีบุกรุกบ้าน เดินเตร่ใกล้โรงเรียน และอาละวาดในซูเปอร์มาร์เก็ตมาหลายเดือน 

“เมื่อข่าวเกี่ยวกับหมีเพิ่มมากขึ้น จำนวนลูกค้าที่ต้องการกินเนื้อหมีก็เพิ่มขึ้นมาก...เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อชีวิตของหมี การนำเนื้อหมีมาใช้ในร้านอาหารแบบนี้จึงดีกว่าการนำไปฝัง” 

ซูซูกิ เจ้าของร้านอาหาร และนักล่าสัตว์วัย 71 ปี บอกกับสำนักข่าว AFP   

ขณะที่ ทากาอากิ คิมูระ นักแต่งเพลงวัย 28 ปี หนึ่งในลูกค้าที่ทานร้านอาหารแห่งนี้ ซึ่งกำลังลองทานเนื้อหมีเป็นครั้งแรก เผยพร้อมรอยยิ้มว่า “เนื้อมันฉ่ำมาก ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย”  

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “วิกฤตการณ์นี้เกิดจากจำนวนประชากรหมีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับจำนวนประชากรมนุษย์ที่ลดลง และผลผลิตลูกโอ๊กน้อย ทำให้หมีต้องออกไปหาอาหารที่อื่น” 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลก็ได้รับมอบหมายให้ดักจับและล่าหมี โดยจำนวนหมีที่ถูกกำจัดในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณนี้เกิน 9,100 ตัวที่ถูกฆ่าตลอดทั้งปี 2023-2024 แล้ว 

ถึงแม้จะไม่ใช่เมนูที่รับประทานกันทั่วไป แต่เนื้อหมีก็ถูกนำมาบริโภคในหมู่บ้านบนภูเขาทั่วประเทศญี่ปุ่นมานานแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็หวังว่าเนื้อหมีจะกลายเป็นแหล่งรายได้สำหรับชุมชนในชนบท “สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนสัตว์ป่าที่เป็นปัญหาให้กลายเป็นสิ่งที่ดี” กระทรวงเกษตรกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา 

คัตสึฮิโกะ คาคุตะ วัย 50 ปี เจ้าของร้านอาหารในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของหมีมากที่สุด เผยว่า เขาขายเนื้อหมีหมดเกลี้ยงไปแล้วเมื่อต้นเดือนนี้ 

“เมนูนี้ได้รับความนิยมมาตั้งแต่เราเริ่มเสิร์ฟในปี 2021 แต่ปีนี้ ร้านของเราได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่อินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งโพสต์รีวิวร้านเรา”

 คาคุตะ กล่าว 

ด้านเชฟคิโยชิ ฟูจิโมโตะ เจ้าของร้านอาหารฝรั่งเศสในเมืองซัปโปโร บอกว่า “ผมคิดว่าการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ดี ตอนนี้มีคนอยากทานเนื้อหมีมากกว่าเมื่อก่อน และผมก็กำลังเตรียมวัตถุดิบไว้เพื่อใช้ประโยชน์จากกระแสนี้ แถมคนส่วนใหญ่ที่ได้ลองทานเนื้อหมีก็บอกว่าอร่อยด้วย” 

ทั้งนี้พบว่าหมีสีน้ำตาลพบได้เฉพาะในฮอกไกโดเท่านั้น และประชากรหมีสีน้ำตาลก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมาจนมีจำนวนมากกว่า 11,500 ตัวในปี 2023 ในขณะที่หมีดำญี่ปุ่นนั้นพบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศ 

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลได้เพิ่มหมีเข้าไปในบัญชีสัตว์ที่ต้องควบคุมจำนวนประชากร ซึ่งเป็นการยกเลิกมาตรการคุ้มครองที่เคยช่วยเพิ่มจำนวนหมี 

อย่างไรก็ตาม เนื้อหมีจำนวนมากยังคงถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดแคลนโรงงานแปรรูปที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล ซึ่งในญี่ปุ่นมีโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ป่า 826 แห่งทั่วประเทศ แต่มีเพียงไม่กี่แห่งในจังหวัดทางตอนเหนือที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของหมีมากที่สุด 

(Photo by : YUICHI YAMAZAKI / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์