ผู้นำจากมหาอำนาจยุโรปและแคนาดาต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนกรีนแลนด์ในวันอังคาร (6 ม.ค.) โดยระบุว่า “เกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้เป็นของประชาชนชาวกรีนแลนด์” หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่า “จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ของเดนมาร์กอีกครั้ง”
“กรีนแลนด์เป็นของประชาชนกรีนแลนด์ และมีเพียงเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้นที่สามารถตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของประเทศได้”
— ผู้นำของสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน และเดนมาร์ก กล่าวในแถลงการณ์ร่วม
เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ กล่าวว่า “สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองบางส่วนของเดนมาร์ก ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของอเมริกา” และปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเข้าควบคุมดินแดนดังกล่าว ขณะที่นายกฯ เมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก เตือนเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) ว่า “การโจมตีของสหรัฐฯ จะเป็นจุดจบของ NATO”
ประเด็นเรื่องอนาคตของกรีนแลนด์กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหลังจากการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งกองกำลังพิเศษได้เข้าไปจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาค้ายาเสพติดและอาวุธที่นิวยอร์ก
กลุ่มประเทศยุโรป 7 ประเทศที่ลงนามในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) เน้นย้ำว่าพวกเขามีความกระตือรือร้นเช่นเดียวกับสหรัฐฯ ในเรื่องความมั่นคงของอาร์กติก และกล่าวว่า “สิ่งนี้จะต้องบรรลุได้โดยพันธมิตร NATO รวมถึงสหรัฐฯ โดยจะต้องยึดมั่นในหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และไม่สามารถละเมิดพรมแดนได้”
นายกฯ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน ของกรีนแลนด์ ออกมาเรียกร้องให้มีการเจรจาอย่างเคารพซึ่งกันและกัน “การเจรจาต้องเกิดขึ้นด้วยความเคารพต่อสถานะของกรีนแลนด์ ซึ่งมีรากฐานมาจากกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการบูรณภาพแห่งดินแดน”
ด้านนายกฯ โดนัลด์ ทัสก์ ของโปแลนด์ กล่าวว่า “ไม่มีสมาชิกใดควรโจมตี หรือคุกคามสมาชิกอื่นของ NATO มิเช่นนั้น NATO จะสูญเสียความหมายไป...”
“มันน่ากลัวมากที่ได้ยินผู้นำของโลกเสรีหัวเราะเยาะเดนมาร์กและกรีนแลนด์ และพูดถึงดินแดนพวกเราราวกับว่าดินแดนของเราเป็นแค่สิ่งของที่พวกเขาสามารถอ้างสิทธิ์ได้”
— มอร์แกน อังกาจู วัย 27 ปี ชาวอินูอิตที่อาศัยอยู่ในเมืองอิลูลิสซัตทางตะวันตกของประเทศ ให้สัมภาษณ์กับ BBC
มอร์แกนแสดงความกังวลถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป และกลัวว่านายกฯ ของกรีนแลนด์อาจประสบชะตากรรมเดียวกับมาดูโรหรือไม่ หรือแม้กระทั่งกังวลว่า “สหรัฐฯ จะรุกรานประเทศของเราไหม”
(Photo by FREDERICK FLORIN / AFP)



