จากกระแสดราม่ากลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีพูดคุยเสียงดังบน BTS และแสดงพฤติกรรมหยาบคาย พร้อมทั้งพูดในลักษณะดูถูกสาวไทยคนหนึ่งที่เตือนให้นักเรียนกลุ่มนี้เบาเสียงลง จนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งของกลุ่มนักเรียนดังกล่าว
หากมองไปที่มาตรฐานของหลายประเทศทั่วโลก พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ข้ามเส้นแบ่งทางวัฒนธรรมอย่างรุนแรง เพราะในประเทศอย่างไต้หวัน สหราชอาณาจักร หรือฝรั่งเศส ‘ความเงียบ’ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเกรงใจ แต่สังคมที่เจริญแล้วมองว่าการไม่สร้างมลพิษทางเสียงให้เพื่อนร่วมทาง คือ ‘มารยาท’ พื้นฐานที่สุดที่มนุษย์พึงมีต่อกัน
หากนักท่องเที่ยวไม่เรียนรู้ที่จะ ‘เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม’ จากเสียงเตือนด้วยความหวังดีของคนท้องถิ่น ในวันข้างหน้าพวกเขาอาจต้องเปลี่ยนเป็นจ่ายค่าปรับราคาแพงในต่างแดนแทน...SPACEBAR พาไปดูว่ามีประเทศไหนบ้างที่ให้ความสำคัญกับ ‘ความเงียบสงบ’ บนระบบขนส่งสาธารณะถึงขนาดที่ตราเป็นกฎหมายชัดเจน หากส่งเสียงดังก็จ่ายค่าปรับแทนก็แล้วกัน
- กฎหมายควบคุมเสียงบนระบบขนส่งสาธารณะในฝรั่งเศส -

ฝรั่งเศสบังคับใช้บทลงโทษแก่ผู้ที่ส่งเสียงดังบนรถไฟหรือในสถานีอย่างเข้มงวด โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายการขนส่งฝรั่งเศส มาตรา ‘R2241-18’ (Article R2241-18 of the French Transport Code) ซึ่งถูกจัดให้เป็นความผิดที่อยู่ในกลุ่ม ‘ลหุโทษระดับที่ 4’ (Contravention de la 4ème classe)
“ห้ามไม่ให้มีการใช้อุปกรณ์ หรือส่งเสียงรบกวนความสงบเรียบร้อย (Noise Disturbance) ภายในยานพาหนะสาธารณะ”
บทลงโทษ : หากเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรถไฟ (SNCF) ตรวจพบผู้โดยสารที่เปิดลำโพงโทรศัพท์ ดูคลิปเสียงดัง หรือคุยโทรศัพท์เสียงดัง จะถูกปรับเป็นเงินสดทันที 150 ยูโร (ราว 5,600 บาท) หากผู้โดยสารปฏิเสธไม่ยอมจ่าย ณ ตอนนั้น ค่าปรับจะถูกเพิ่มขึ้นทันทีเป็น 200 ยูโร (ราว 7,500 บาท)
แต่มีโทษสูงสุด 750 ยูโร (ราว 2.8 หมื่นบาท) เนื่องจากกฎหมายระบุว่าความผิดนี้เป็น ‘ลหุโทษระดับที่ 4’ ในทางกฎหมายฝรั่งเศส หากผู้โดยสารไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมจ่ายเงินในตอนนั้นทันที และเลือกที่จะสู้คดีเพื่อไปจบที่ชั้นศาล ซึ่งหากศาลตัดสินว่า ‘มีความผิดจริง’ ศาลมีอำนาจสั่งลงโทษปรับเงินขั้นสูงสุดได้ถึง 750 ยูโร
- สหราชอาณาจักรใช้กฎข้อบังคับรถไฟแห่งชาติจัดการคนเสียงดัง-

ภายใต้กฎหมายข้อบังคับรถไฟของสหราชอาณาจักร (Railway Byelaws ข้อที่ 7) มีการระบุชัดเจนเรื่องการห้ามใช้อุปกรณ์เครื่องเสียง เครื่องดนตรี หรือโทรศัพท์มือถือที่ก่อให้เกิดเสียงสร้างความรำคาญใจแก่ผู้โดยสารคนอื่น
หากพฤติกรรมการเปิดลำโพงดูคลิป หรือเปิดเพลงดังทำให้ผู้โดยสารคนอื่นหันมามอง แสดงความไม่พอใจ หรือเดินหนี เจ้าหน้าที่สามารถตีความได้ทันทีว่าพฤติกรรมนั้น ‘สร้างความเดือดร้อนรำคาญ’ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีคนเดินมาแจ้ง และหากเจ้าหน้าที่ตักเตือนให้หยุดเปิดลำโพง หรือใส่หูฟังแล้วผู้โดยสารยังคงฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายในการ ‘ยึดอุปกรณ์สื่อสารหรือโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น’ ไปเป็นของกลางเพื่อดำเนินคดีได้ทันที
กฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีผลแค่ตอนที่นั่งอยู่บนตู้โดยสารรถไฟเท่านั้น แต่มีผลครอบคลุมไปถึงชานชาลา สถานีรถไฟ ทางเดิน ห้องโถงขายตั๋ว และพื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟ ทั่วประเทศอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์
บทลงโทษ : กฎหมายฉบับนี้กำหนดโทษปรับสูงสุดสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนและสร้าง ‘พฤติกรรมต่อต้านสังคม’ (Anti-social behaviour) ไว้สูงสุดถึง 1,000 ปอนด์ (ราว 45,000 บาท) ยิ่งไปกว่านั้น ในบางเส้นทางรถไฟหลักยังมีการออกกฎปรับหน้างานทันที 86 ปอนด์ (ราว 3,900 บาท) เพื่อดัดหลังกลุ่มคนที่ไม่ยอมใส่หูฟังอีกด้วย
-สิงคโปร์ออกกฎหมายป้องกันความรำคาญ (Anti-Nuisance Laws)-

กฎหมายป้องกันความรำคาญในสิงคโปร์จะควบคุมการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อสาธารณชน โดยครอบคลุมพฤติกรรมเหล่านี้ :
- ส่งเสียงดังรบกวน : ตะโกน เปิดเพลงเสียงดัง หรือส่งเสียงอึกทึกในที่สาธารณะหรืออาคารบ้านเรือนยามวิกาล
- กีดขวางทางสัญจร : ยืนขวางทางเดิน ทำให้การจราจรติดขัด หรือวางสิ่งของกีดขวางในพื้นที่สาธารณะ
- การใช้โทรศัพท์บนขนส่งสาธารณะ : การเปิดเสียงวิดีโอ หรือคุยโทรศัพท์แบบเปิดลำโพงดังรบกวนผู้อื่นบนรถไฟและรถประจำทาง
บทลงโทษ : เจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก (LTA) สามารถออกใบสั่งลงโทษปรับเงินสูงสุดถึง 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 13,000 บาท) ทันที สำหรับผู้โดยสารที่เปิดลำโพงมือถือส่งเสียงดัง เปิดดูคลิปวิดีโอ หรือฟังเพลงโดยไม่ใส่หูฟัง รวมถึงการคุยโทรศัพท์เสียงดังจนรบกวนผู้อื่นด้วย
เจ้าหน้าที่จาก LTA ประจำสถานีมีอำนาจเต็มที่ในการตักเตือนให้ลดเสียง หากผู้โดยสารปฏิเสธ ขัดขืน หรือไม่ยอมร่วมมือ เจ้าหน้าที่จะเชิญออกจากขบวนรถหรือสถานีทันที และส่งตัวให้ตำรวจรถไฟดำเนินการต่อ
หากการส่งเสียงดังนั้นบานปลายจนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาท ก่อความไม่สงบอย่างรุนแรง หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โทษปรับอาจสูงขึ้นถึง 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1.3 แสนบาทบาท)
- ‘Quiet Carriage’ ตู้โดยสารแห่งความเงียบในออสเตรเลีย-

‘Quiet Carriage’ หรือตู้โดยสารแห่งความเงียบในขบวนรถไฟระหว่างเมืองของประเทศออสเตรเลีย พบมากที่สุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ (เช่น ซิดนีย์) และรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งถูกจัดสรรไว้เป็นพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการความสงบ อ่านหนังสือ หรือนอนพักผ่อนในระหว่างการเดินทางไกล
มาตรการนี้ไม่ใช่แค่การขอความร่วมมือแบบผิวเผิน แต่เป็น ‘พื้นที่เขตปลอดเสียง’ ที่มีกฎเหล็กที่ผู้โดยสารทุกคนและนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 3 ข้อ :
- ต้องปิดเสียง หรือตั้งค่าโทรศัพท์ แท็บเล็ต ให้อยู่ในโหมดสั่น หรือโหมดเงียบทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตู้โดยสารนี้
- ห้ามคุยโทรศัพท์ตรงที่นั่ง หากมีสายโทรเข้า ห้ามกดรับสายเพื่อสนทนาตรงที่นั่งเด็ดขาด หากจำเป็นต้องคุย ต้องเดินย้ายออกจากตู้โดยสารไปคุยตรงทางเชื่อมขบวน หรือตู้โดยสารปกติอื่น ๆ
- ห้ามเปิดลำโพงดูคลิป ฟังเพลง หรือเล่นเกมโดยไม่ใส่หูฟังเด็ดขาด และเสียงที่เปิดผ่านหูฟังต้องไม่ดังเล็ดลอดออกมาให้คนข้าง ๆ ได้ยิน ส่วนการพูดคุยกันเองระหว่างเพื่อนร่วมทางต้องลดระดับเสียงลงเป็นเสียงกระซิบที่เบาที่สุด
การส่งเสียงดังปกติหรือการคุยกันในตู้โดยสาร ‘Quiet Carriage’ ถือเป็นเพียงแนวทางมารยาท และไม่สามารถออกใบสั่งปรับเงินทางกฎหมายได้ ทว่าความโหดของมาตรการนี้กลับอยู่ที่ ‘กลไกทางสังคม’ :
- พลังมวลชน หรือ ‘Quiet Nazis’ : คนที่เดินทางไปทำงานประจำด้วยรถไฟสายนี้จะจริงจังกับความเงียบมาก หากมีนักท่องเที่ยวเผลอเปิดลำโพงหรือคุยโทรศัพท์ คนออสเตรเลียในตู้นั้นจะพร้อมใจกันเดินเข้ามาเตือน หรือสะกิดชี้ให้ดูป้ายทันที
- การ์ดเตือนจากพนักงาน : หากพบคนส่งเสียงดัง พนักงานรถไฟจะเดินเข้ามาตักเตือนและส่ง ‘การ์ดเตือนความจำสีเหลือง’ ให้รู้ตัว หรือเชิญให้ย้ายตู้โดยสาร
แต่ถ้าเจ้าหน้าที่หรือผู้โดยสารคนอื่นเข้ามาเตือน แล้วนักท่องเที่ยวหันไปด่าทอ ใช้คำหยาบคาย หรือเปิดเพลงเสียงดังในระดับที่เข้าข่ายก่อเหตุรำคาญใจรุนแรง ตำรวจสามารถเข้ามาจับกุมและปรับเงินได้ตั้งแต่ 261 ไปจนถึง 500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 6,000 - 11,500 บาท) ตามกฎหมายควบคุมพฤติกรรมต่อต้านสังคม
- นโยบาย ‘Quiet Travel’ ในไต้หวัน-

‘Quiet Travel’หรือนโยบายสร้างความเงียบสงบบนขบวนรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR) เพื่อแก้ไขปัญหาผู้โดยสารเปิดลำโพงส่งเสียงรบกวนในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขอความร่วมมือแบบลอย ๆ แต่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด :
- ต้องใส่หูฟัง : ผู้โดยสารทุกคนที่ต้องการดูคลิป ฟังเพลง หรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ‘ต้องใส่หูฟัง’ เท่านั้น ห้ามเปิดลำโพงเด็ดขาด
- ห้ามคุยโทรศัพท์ตรงที่นั่ง : หากมีสายโทรศัพท์เข้า ผู้โดยสารต้องเดินออกไปคุยที่บริเวณทางเชื่อมระหว่างตู้โดยสาร เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนคนอื่น
- งดการจับกลุ่มคุยเสียงดัง : การพูดคุยกันระหว่างเดินทางต้องใช้เสียงในระดับที่เบาที่สุด
หากเจ้าหน้าที่ตักเตือนแล้วผู้โดยสารยังเพิกเฉย เจ้าหน้าที่มีอำนาจเด็ดขาดในการยกเลิกตั๋วเดินทาง และเชิญตัวลงจากรถไฟที่สถานีถัดไปทันที



.jpg&w=3840&q=75)

