เปิดเบื้องหลังสหรัฐฯ ระบุตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่านจนนำมาสู่การเปิดฉากโจมตี

2 มี.ค. 2569 - 12:22

  • ซีไอเอติดตาม อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอีมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

  • แผนการโจมตีที่เดิมกำหนดไว้ในเวลากลางคืนถูกปรับเปลี่ยนเป็นการโจมตีในเวลากลางวันแทน

  • การโจมตีครั้งนี้ใช้เครื่องบินไม่มากนัก แต่เครื่องบินเหล่านั้นติดตั้งอาวุธที่มีระยะยิงไกลและมีความแม่นยำสูง

เปิดเบื้องหลังสหรัฐฯ ระบุตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่านจนนำมาสู่การเปิดฉากโจมตี

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับปฏิบัติการนี้เผยกับ The New York Times ว่า การสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองอย่างใกล้ชิดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล

ซีไอเอติดตาม อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอีมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ การพบปะกับผู้คน วิธีการสื่อสาร และสถานที่ที่คาเมเนอีอาจหลบซ่อนตัวหากถูกคุกคาม นอกจากนี้ ยังจับตาดูผู้นำทางการเมืองและทางทหารระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งรวมตัวกันไม่บ่อยนักด้วย

จุดเปลี่ยนสำคัญของปฏิบัติการ Operation Epic Fury คือ ซีไอเอได้ข้อมูลมาว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน รวมทั้งคาเมเนอี จะประชุมกันในเช้าวันเสาร์ (28 ก.พ.) ที่สถานที่ต่างกันภายในบริเวณกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานอยาตอลเลาะห์ สำนักงานประธานาธิบดีอิหร่าน และหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ

แหล่งข่าวจากอิสราเอลระบุว่า ผู้นำสูงสุดที่ระมัดระวังตัวมากเกินไป รู้สึกว่าตนเองมีความเสี่ยงน้อยลงในเวลากลางวัน เขาจึงลดการระวังตัวลง

นี่เป็นโอกาสงามที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ มองว่าไม่ควรพลาด แผนการโจมตีที่เดิมกำหนดไว้ในเวลากลางคืนจึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นการโจมตีในเวลากลางวันแทน

ซีไอเอส่งข้อมูลข่าวกรองซึ่งระบุว่ามีความน่าเชื่อถือสูงเกี่ยวกับที่อยู่ของคาเมเนอีให้อิสราเอล

ปฏิบัติการเริ่มต้นขึ้นประมาณ 6 โมงเช้าในอิสราเอล เมื่อเครื่องบินรบทะยานขึ้นจากฐานทัพ การโจมตีครั้งนี้ใช้เครื่องบินไม่มากนัก แต่เครื่องบินเหล่านั้นติดตั้งอาวุธที่มีระยะยิงไกลและมีความแม่นยำสูง

 2 ชั่วโมง 5 นาทีหลังจากเครื่องบินรบขึ้นบิน หรือประมาณ 09:40 น. ตามเวลาอิหร่าน ขีปนาวุธพิสัยไกลก็โจมตีพื้นที่เป้าหมายพร้อมๆ กัน ในขณะที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านอยู่ในอาคารหลังหนึ่งในบริเวณนั้น ส่วนคาเมเนอีอยู่ในอาคารอีกหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทรัมป์ก็ประกาศผ่าน Truth Social ว่า คาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์ยังบอกอีกว่า “เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงระบบข่าวกรองและระบบติดตามขั้นสูง (Highly Sophisticated Tracking Systems) ของเราได้ และด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ไม่มีอะไรที่เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาจะทำได้”

ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดย Vantor เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026 แสดงให้เห็นอาคารที่ถูกทำลายในบริเวณที่พักของผู้นำสูงสุดของอิหร่านในกรุงเตหะราน Photo by - / SATELLITE IMAGE ©2026 VANTOR / AFP
ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดย Vantor เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026 แสดงให้เห็นอาคารที่ถูกทำลายในบริเวณที่พักของผู้นำสูงสุดของอิหร่านในกรุงเตหะราน Photo by - / SATELLITE IMAGE ©2026 VANTOR / AFP

ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาประชุมกันกลางกรุงเตหะรานในสถานที่เดียวกับที่คาเมเนอีอยู่ และในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ได้ระดมกำลังทหารจำนวนมากในภูมิภาคเพื่อเตรียมการโจมตีตามที่ทรัมป์ขู่ไว้

แต่ปฏิบัติการนี้ก็เผยให้เห็นว่า หน่วยข่าวกรองของอิสราเอลและสหรัฐฯ พัฒนาไปมากเพียงใดภายในอิหร่านในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และทั้งสองประเทศพร้อมที่จะลงมือปฏิบัติการอย่างรวดเร็วเมื่อโอกาสมาถึง

เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่กำลังวางแผนโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ รู้ว่าคาเมเนอีซ่อนตัวอยู่ที่ไหนและสามารถปลิดชีพผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้

อดีจเจ้าหน้าที่ซีไอเอรายหนึ่งเผยกับ The New York Times ว่า ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวมาจากเครือข่ายเดียวกันกับที่สหรัฐฯ ใช้ในปฏิบัติการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แต่หลังจากนั้น ข้อมูลที่สหรัฐฯ รวบรวมได้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสงคราม 12 วันนั้น สหรัฐฯ ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสื่อสารและการเคลื่อนไหวของผู้นำสูงสุดและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามภายใต้ความกดดัน และใช้ความรู้ดังกล่าวเพื่อพัฒนาความสามารถในการติดตามคาเมเนอี และคาดการณ์การเคลื่อนไหวของเขา

เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเผยกับ CNN ว่า “อิสราเอลเฝ้าติดตามผู้นำของศัตรูหลักทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แน่นอนว่าเมื่อคุณดำเนินการปฏิบัติการเช่นนี้ คุณต้องมีข้อมูลข่าวกรองเพิ่มเติม และคุณต้องเชื่อมโยงองค์ประกอบและปัจจัยหลายอย่างเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจค่อนข้างซับซ้อน”

แต่หลังจากสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเมื่อเดือน มิ.ย. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลยอมรับว่า พวกเขาไม่เคยมีโอกาสปฏิบัติการใดๆ ที่จะโจมตีผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้เลย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ที่ผ่านมา

Photo by HANDOUT / KHAMENEI.IR / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์