ชาวจีนจำนวนมากเริ่มแห่ไปเช็คอินที่ศูนย์ฝึกจำลองภัยพิบัติลวี่ซิง ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เพื่อไปลองสัมผัสประสบการณ์ภัยพิบัติแบบสมจริงในห้องทดลอง เนื่องจากช่วงนี้ประเทศจีนต้องเผชิญกับฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นดอลฟินที่ยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
ศูนย์ฝึกแห่งนี้นับเป็นสถานที่จำลองภัยธรรมชาติแห่งแรกของประเทศจีน โดยเปิดให้ผู้ใหญ่เข้าใช้บริการในราคาคนละ 899 หยวน (ราว 4,500 บาท) ภายในมีการติดตั้งระบบจำลองสถานการณ์วิกฤต เช่น พายุไต้ฝุ่น น้ำท่วมเมือง และน้ำป่าไหลหลาก เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ฝึกซ้อมรับมือ และเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง
“ศูนย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสกับอันตรายของภัยธรรมชาติภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและควบคุมได้ พร้อมทั้งช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการเคารพธรรมชาติและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”
— หวัง กว่างฮั่น ผู้บริหารศูนย์ฝึกเปิดเผยกับสำนักข่าว Global Times
“เราหวังที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากภัยธรรมชาติที่ได้รับตลอดหลายปีของการเดินทางไปทั่วโลก ซึ่งนอกจากการสอนวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการปลูกฝังจิตสำนึกในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงตั้งแต่แรก” หวัง กล่าวเสริม
นับตั้งแต่มกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้ มียอดผู้เข้าใช้บริการศูนย์ฝึกแห่งนี้แล้วมากกว่า 70,000 ครั้ง ซึ่งมีทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว องค์กรธุรกิจ และทีมกู้ภัยมืออาชีพที่เข้ามาฝึกซ้อมรับมือภัยพิบัติ โดยยอดผู้เข้าใช้บริการในปัจจุบันถือว่าสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 อย่างเห็นได้ชัด
ด้าน ฟู่ มินยา พนักงานออฟฟิศในเมืองหางโจว เปิดเผยกับ Global Times ว่า เธอรู้จักศูนย์ฝึกแห่งนี้และอยากหาโอกาสมาลองสักครั้ง “ข่าวภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ เป็นสิ่งเตือนใจว่ามนุษย์เราช่างตัวเล็กและเปราะบางเหลือเกิน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังของธรรมชาติ”
สำหรับไฮไลต์ของศูนย์ฝึกจำลองภัยพิบัติที่ขึ้นชื่อว่าโหดและระทึกที่สุดคือ ‘เครื่องจำลองน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน’ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะต้องลงไปยืนสแตนด์บายในร่องน้ำจำลอง จากนั้นครูฝึกจะกดปุ่มปล่อยมวลน้ำยักษ์กว่า 500 ตันลงมาจากด้านบน ซึ่งภายในเวลาเพียง 3 วินาที กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากจะซัดจนผู้เล่นล้มคว่ำและลอยตัวไปกระแทกกับกำแพงป้องกันที่ปลายร่องน้ำ
หวัง กล่าวว่า “น้ำป่าของจริงนั้นไหลเร็วกว่านี้มาก เมื่อระดับน้ำท่วมสูงเกินหัวเข่า มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะยังคงยืนหยัดอยู่ได้ คนส่วนใหญ่มักคิดไปเองตามสัญชาตญาณว่าต้องว่ายน้ำหนี แต่การทำแบบนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต”
“เนื่องจากน้ำป่าจะพัดพาเอาโคลน กิ่งไม้ และก้อนหินมาด้วย ซึ่งเศษวัตถุเหล่านี้สามารถพันเกี่ยวแขนขาของเราได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำคือ การคอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยก่อนที่จะเกิดน้ำป่า รีบถอยห่างจากริมตลิ่งก่อนที่มวลน้ำจะหลากมา และอพยพขึ้นสู่ที่สูงในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว”
— หวังอธิบายเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าการจำลองภัยพิบัติเช่นนี้ อาจทำให้ความทุกข์ทรมานของผู้ประสบภัยกลายเป็นเรื่องตื้นเขิน และเปลี่ยนความเจ็บปวดจากภัยพิบัติในชีวิตจริงให้กลายเป็นเพียงความบันเทิง
ในทางกลับกัน อวี๋ จินหลง นักวิชาการด้านวัฒนธรรมในปักกิ่ง บอกกับ Global Times เมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า “นี่ถือเป็นธุรกิจเฉพาะกลุ่มรูปแบบใหม่ที่มีอนาคตไกล สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตเมือง”
อวี๋ตั้งข้อสังเกตว่า “หากสถานประกอบการเหล่านี้สามารถสร้างความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความบันเทิงและการให้ความรู้แก่สาธารณชน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สถานที่เหล่านี้ก็จะเป็นได้มากกว่าแค่จุดเช็กอินที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ แต่จะสามารถทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มต้นแบบที่นำไปขยายผลต่อ เพื่อใช้ในการศึกษาด้านการรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับประชาชนทั่วไปได้”
ในอดีต การศึกษาด้านการป้องกันภัยพิบัติมักพึ่งพาเพียงป้ายนิทรรศการและการบรรยาย ซึ่งมักทำให้ประชาชนยากที่จะเห็นภาพและเข้าใจถึงความอันตรายได้อย่างถ่องแท้
แต่การจำลองเหตุการณ์จริงจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสพลังทำลายล้างของไต้ฝุ่นและน้ำป่าด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนความรู้ในตำราให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จดจำได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้ถือเป็นคุณค่าทางสังคมที่โดดเด่น และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นหลักสูตรการศึกษาของเยาวชน รวมถึงการฝึกอบรมรับมือเหตุฉุกเฉินของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ





