จีนย้ำเตือนญี่ปุ่นอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 ก.พ.) ถึงสิ่งที่จีนมองว่าเป็นการฟื้น ‘ลัทธิทหารนิยม’ และการแทรกแซงในประเด็นไต้หวัน หลังจากพรรคของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ทาคาอิจิในการดำเนินนโยบายอนุรักษนิยมต่อไป
“เราหวังว่าญี่ปุ่นจะเดินตามเส้นทางของการพัฒนาอย่างสันติ และไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอย ‘ลัทธิทหารนิยม’”
— หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าว
คำกล่าวของ หลิน เจี้ยน สะท้อนถึงความกังวลของจีนว่าผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นจะเปิดทางให้ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนนโยบายด้านความมั่นคงที่เข้มงวดในการเสริมศักยภาพด้านกลาโหมของประเทศ และเร่งรัดการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ห้ามทำสงครามและจำกัดให้มีแต่กองกำลังป้องกันตัวเท่านั้น
นอกจากนี้ หลินยังเรียกร้องให้ทาคาอิจิถอนคำพูดที่เธอเคยพูดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในประเด็นไต้หวัน “ประชาชนชาวจีน ‘ยังคงแน่วแน่’ ในความมุ่งมั่นที่จะขัดขวางการยั่วยุและการกระทำที่บุ่มบ่ามทั้งหมดของกองกำลังต่อต้านจีน นโยบายของจีนต่อญี่ปุ่นจะไม่เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะการเลือกตั้งครั้งเดียว” หลิน เจี้ยน กล่าว
หลินยังเตือนทาคาอิจิไม่ให้ไปเยือนศาลเจ้ายาสุคุนิ (ศาลเจ้าชินโต) ในโตเกียวซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สงคราม โดยกล่าวว่า “การลืมประวัติศาสตร์หมายถึงการทรยศ การปฏิเสธความผิดหมายถึงการทำผิดซ้ำ ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเผชิญหน้าและไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การรุกรานของตัวเอง”
ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิ กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเยือนศาลเจ้าชินโต โดยศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะผู้เสียชีวิตจากสงคราม อย่างไรก็ดี การเยือนของผู้นำและสมาชิกสภานิติบัญญัติของญี่ปุ่นในอดีตเคยทำให้เกิดความขัดแย้งทางการทูตกับจีนและเกาหลีใต้มาแล้ว
อีกทั้งยังไม่มีนายกฯ คนใดเยือนศาลเจ้าแห่งนี้อีกเลยตั้งแต่สมัยนายกฯ ชินโซ อาเบะ ซึ่งการเยือนของอาเบะในปี 2013 ได้สร้างความผิดหวังให้กับสหรัฐฯ พันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ขณะที่ทาคาอิจิเองก็มีอาเบะเป็นแบบอย่างในการดำรงตำแหน่งผู้นำทางการเมืองด้วยเช่นกัน
(Photo by : Ministry of Foreign Affairs People’s Republic of China)





