นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมว่า “กัมพูชายึดมั่นในเส้นทางแห่งสันติภาพและให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน...การหยุดยิงล่าสุดไม่ได้หมายความว่าราชอาณาจักรกัมพูชา ‘ไม่มุ่งมั่น’ ที่จะปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่”
เพื่อคลายความกังวลว่ากัมพูชาอาจสูญเสียดินแดนให้กับไทย นายกฯ ฮุน มาเนต ก็บอกว่า “การตัดสินใจใช้มาตรการ ‘หยุดยิง’ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ไม่ได้หมายความว่าราชอาณาจักรกัมพูชาเต็มใจที่จะยอมแลกบูรณภาพดินแดนเพื่อสันติภาพ หรือไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาละทิ้งสิทธิในการป้องกันตัวเอง หรือขาดความสามารถในการทำเช่นนั้น”
“แม้ว่ากัมพูชาจะสามารถทนต่อการสู้รบต่อไปได้ แต่ในฐานะประเทศเล็กๆ กัมพูชาไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากการยืดเยื้อความขัดแย้ง ตราบใดที่ความเป็นไปได้ในการหาทางออกอย่างสันติสำหรับข้อพิพาทชายแดนยังคงมีอยู่ รัฐบาลจึงตัดสินใจที่จะเจรจาเพื่อยุติการสู้รบก่อนที่จะขยายวงกว้างออกไป เพื่อลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของประชาชน”
— นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าว
นายกฯ ฮุน มาเนต บอกอีกว่า “การยุติการสู้รบยังเป็นการ ‘หยุดยั้ง’ การเสียสละและการบาดเจ็บของทหารตำรวจผู้กล้าหาญ รวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์...สงครามไม่สามารถยุติได้ด้วยสงคราม การหยุดยิงในทันทีหมายความว่า ‘ทั้งสองฝ่ายยังคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งของตน ณ เวลาที่เริ่มการหยุดยิง’”
“อย่างไรก็ตาม การวางกองกำลังในตำแหน่งดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตแดนระหว่างสองประเทศ ตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ซึ่งลงวันที่ 27 ธันวาคม 2025”
“นี่เป็นการชี้แจงให้ชัดเจนว่า เส้นเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชาและไทยยังคงกำหนดโดยสนธิสัญญาและอนุสัญญาที่มีอยู่ และกัมพูชายังคงมีสิทธิอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเขตแดนนี้กับฝ่ายไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และกลไกทวิภาคีทั้งหมดที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน”
— นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าวเสริม
นอกจากนี้ นายกฯ ฮุน มาเนตยังเน้นย้ำถึงข้อความในข้อ 3 ของแถลงการณ์ร่วม ซึ่งระบุว่า “ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) กลับมาดำเนินการสำรวจและปักหมุดเขตแดนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่ เพื่อให้มั่นใจถึงสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ”
“ความยากลำบากและการเสียสละของวีรบุรุษของเราในสนามรบเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้เราลืมแม้แต่วินาทีเดียวว่า ‘ความแตกแยกคือความตาย ความสามัคคีที่เข้มแข็งคือชีวิต’”
— นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าว
(Photo by MOHD RASFAN / AFP)



