ฮุน มาเนต ย้ำกัมพูชาตัดสินใจ ‘หยุดยิง’ เพราะเห็นแก่ประชาชน ไม่ได้ขาดความสามารถในการป้องกันตัวเอง

30 ธ.ค. 2568 - 05:10

  • นายกฯ ฮุน มาเนด กล่าวว่า “กัมพูชายึดมั่นในเส้นทางแห่งสันติภาพและให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน...”

  • “การตัดสินใจใช้มาตรการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาเต็มใจที่จะยอมแลกบูรณภาพดินแดนเพื่อสันติภาพ หรือไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาละทิ้งสิทธิในการป้องกันตัวเอง...” นายกฯ ฮุน มาเนด กล่าวเสริม

ฮุน มาเนต ย้ำกัมพูชาตัดสินใจ ‘หยุดยิง’ เพราะเห็นแก่ประชาชน ไม่ได้ขาดความสามารถในการป้องกันตัวเอง

นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมว่า “กัมพูชายึดมั่นในเส้นทางแห่งสันติภาพและให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน...การหยุดยิงล่าสุดไม่ได้หมายความว่าราชอาณาจักรกัมพูชา ‘ไม่มุ่งมั่น’ ที่จะปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่” 

เพื่อคลายความกังวลว่ากัมพูชาอาจสูญเสียดินแดนให้กับไทย นายกฯ ฮุน มาเนต ก็บอกว่า “การตัดสินใจใช้มาตรการ ‘หยุดยิง’ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ไม่ได้หมายความว่าราชอาณาจักรกัมพูชาเต็มใจที่จะยอมแลกบูรณภาพดินแดนเพื่อสันติภาพ หรือไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาละทิ้งสิทธิในการป้องกันตัวเอง หรือขาดความสามารถในการทำเช่นนั้น”   

“แม้ว่ากัมพูชาจะสามารถทนต่อการสู้รบต่อไปได้ แต่ในฐานะประเทศเล็กๆ กัมพูชาไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากการยืดเยื้อความขัดแย้ง ตราบใดที่ความเป็นไปได้ในการหาทางออกอย่างสันติสำหรับข้อพิพาทชายแดนยังคงมีอยู่ รัฐบาลจึงตัดสินใจที่จะเจรจาเพื่อยุติการสู้รบก่อนที่จะขยายวงกว้างออกไป เพื่อลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของประชาชน”

นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าว 

นายกฯ ฮุน มาเนต บอกอีกว่า “การยุติการสู้รบยังเป็นการ ‘หยุดยั้ง’ การเสียสละและการบาดเจ็บของทหารตำรวจผู้กล้าหาญ รวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์...สงครามไม่สามารถยุติได้ด้วยสงคราม การหยุดยิงในทันทีหมายความว่า ‘ทั้งสองฝ่ายยังคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งของตน ณ เวลาที่เริ่มการหยุดยิง’” 

“อย่างไรก็ตาม การวางกองกำลังในตำแหน่งดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตแดนระหว่างสองประเทศ ตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ซึ่งลงวันที่ 27 ธันวาคม 2025” 

“นี่เป็นการชี้แจงให้ชัดเจนว่า เส้นเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชาและไทยยังคงกำหนดโดยสนธิสัญญาและอนุสัญญาที่มีอยู่ และกัมพูชายังคงมีสิทธิอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเขตแดนนี้กับฝ่ายไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และกลไกทวิภาคีทั้งหมดที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน”

 นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าวเสริม 

นอกจากนี้ นายกฯ ฮุน มาเนตยังเน้นย้ำถึงข้อความในข้อ 3 ของแถลงการณ์ร่วม ซึ่งระบุว่า “ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) กลับมาดำเนินการสำรวจและปักหมุดเขตแดนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่ เพื่อให้มั่นใจถึงสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ” 

“ความยากลำบากและการเสียสละของวีรบุรุษของเราในสนามรบเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้เราลืมแม้แต่วินาทีเดียวว่า ‘ความแตกแยกคือความตาย ความสามัคคีที่เข้มแข็งคือชีวิต’” 

นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าว 

(Photo by MOHD RASFAN / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์