กัมพูชาเตรียมเป็นชาติแรก! รับเงินช่วยเหลือจาก ธ.พัฒนาเอเชีย หลังวิกฤตราคาน้ำมันคุกคามเศรษฐกิจทั่วเอเชีย

22 เม.ย. 2569 - 14:25

  • กัมพูชาเตรียมเป็นประเทศแรกที่ได้รับเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมันโลกคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วเอเชียและแปซิฟิก

  • เจ้าหน้าที่เศรษฐศาสตร์อาวุโสของ ADB กล่าวว่า “ธนาคารกำลังทำงานร่วมกับทางการกัมพูชาเพื่อออกแบบการจัดหาเงินทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและปกป้องกลุ่มประชากรที่เปราะบาง”

กัมพูชาเตรียมเป็นชาติแรก! รับเงินช่วยเหลือจาก ธ.พัฒนาเอเชีย หลังวิกฤตราคาน้ำมันคุกคามเศรษฐกิจทั่วเอเชีย

กัมพูชาเตรียมเป็นประเทศแรกที่ได้รับเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมันโลกคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วเอเชียและแปซิฟิก

ดร.ดุง พูลลัง เจ้าหน้าที่เศรษฐศาสตร์อาวุโสของ ADB กล่าวว่า “ธนาคารกำลังทำงานร่วมกับทางการกัมพูชาเพื่อออกแบบการจัดหาเงินทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและปกป้องกลุ่มประชากรที่เปราะบาง”

“เรายังคงหารือรายละเอียดอยู่ แต่ประเภทสินเชื่อนี้อาจช่วยให้รัฐบาลดำเนินมาตรการคุ้มครองทางสังคมชั่วคราวได้” ดร.พูลลัง กล่าว พร้อมระบุว่า “กัมพูชาอาจเป็นประเทศแรกที่เข้าถึงเงินช่วยเหลือนี้เมื่อแล้วเสร็จ แต่ขนาดของวงเงินช่วยเหลือยังไม่ได้กำหนด”

ADB เตือนว่า “การหยุดชะงักของตลาดพลังงานที่ยืดเยื้อ ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจลดการเติบโตของภูมิภาคได้มากถึง 1.3% ระหว่างปี 2026-2027 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นถึง 3.2% ทั้งนี้คาดว่าผลกระทบจะแพร่กระจายผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงและการขนส่งที่สูงขึ้น การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน สภาพทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น และการค้าที่อ่อนแอลง อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวและเงินส่งกลับก็มีความเสี่ยงเช่นกัน”

การวิเคราะห์ของ ADB ระบุถึงสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นปานกลางไปจนถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงเกิน 155 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกจะเผชิญกับภาวะชะลอตัวที่รุนแรงที่สุด

อัลเบิร์ต พาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ เตือนว่า “การหยุดชะงักที่ยืดเยื้ออาจทำให้เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญกับการเติบโตที่อ่อนแอลงและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น” โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตอบสนองเชิงนโยบายที่มุ่งเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดและสร้างความยืดหยุ่น

(Photo by TANG CHHIN SOTHY / AFP)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์