เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ส่งผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ 24 คนไปยัง 31 จังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อสังเกตการณ์ช่วงหาเสียง การลงคะแนนล่วงหน้า รวมถึงวันเลือกตั้งและการลงประชามติรัฐธรรมนูญปี 2569
แถลงการณ์ชั่วคราวระบุว่า จากผลการนับคะแนนเบื้องต้นพบว่า ประชาชนชาวไทยกว่า 36 ล้านคนได้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงในวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ แม้จะเผชิญกับสภาพอากาศที่ท้าทายทั้งร้อนจัดและพายุฝน ANFREL ขอชื่นชมผู้มีสิทธิเลือกตั้งสำหรับความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย และบันทึกอัตราการใช้สิทธิเบื้องต้นไว้ที่ 65-70% ลดลงอย่างน้อย 5% จากการเลือกตั้งปี 2566
โดยรวมแล้ว ANFREL พบว่าการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งและลงประชามติรัฐธรรมนูญดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยทั่วไปแล้ว หน่วยเลือกตั้งที่มีการสังเกตการณ์มีการจัดการที่ดี เป็นระเบียบ โปร่งใส และผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนได้โดยไม่มีการขัดขวางใดๆ การลงคะแนนล่วงหน้าก็ได้รับการประเมินว่ามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพเช่นกัน และไม่มีรายงานเหตุการณ์ความรุนแรง การข่มขู่ หรือการแทรกแซงอย่างเป็นระบบ
ในขณะเดียวกัน ปัญหาที่เคยพบในระหว่างการเลือกตั้งปี 2566 ก็ถูกพบเห็นอีกครั้งในปีนี้ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ไม่เป็นระบบ การประเมินความถูกต้องของบัตรเลือกตั้งที่ไม่สอดคล้องกัน และความผิดพลาดทางด้านการบริหารในระหว่างการลงคะแนนล่วงหน้า
การเกิดขึ้นซ้ำของปัญหาเหล่านี้บ่งชี้ถึงความหยุดนิ่งในคุณภาพของการบริหารจัดการการเลือกตั้ง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและตรงเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง
ในวันลงคะแนนล่วงหน้าและวันเลือกตั้ง มีรายงานเกี่ยวกับข้อบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งซึ่งได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อและสังคมออนไลน์ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชนชาวไทยมีต่อหน่วยงานการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนและการปฏิรูปในระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผลการนับคะแนนใหม่
ANFREL รับทราบข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในจังหวัดชลบุรี มหาสารคาม ปทุมธานี สุพรรณบุรี จันทบุรี ลำปาง และจังหวัดอื่นๆ แม้ว่าผู้สังเกตการณ์ของเราจะไม่ได้รายงานการปลอมแปลงการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงศูนย์นับคะแนนได้ ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับสื่อมวลชน ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง และตัวแทนพรรคการเมือง
ANFREL สนับสนุนประชาชนในการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยผลการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยผลการนับคะแนนอย่างครบถ้วนในระดับหน่วยเลือกตั้งโดยไม่รีรอ
นอกจากนี้ ANFREL ยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงรูปแบบบัตรลงคะแนนและกฎเกณฑ์บัตรเสียให้ตรงมาตรฐานสากล โดยให้ความสำคัญกับเจตนาของผู้เลือกตั้งสูงสุด ซึ่งจากผลการนับคะแนนเบื้องต้นพบว่า บัตรเลือกตั้งแบบเขตเลือกตั้ง 3.56% และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 4.50% ถูกขานให้เป็น ‘บัตรเสีย’ ซึ่งเป็นอัตราที่ ‘สูงกว่าปกติ’ ส่วนบัตรลงประชามติพบบัตรเสียที่ 2.55%
ผู้สังเกตการณ์ของ ANFREL ได้เข้าเยี่ยมชมหน่วยเลือกตั้ง 424 แห่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งและวันลงประชามติ โดยครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดหน่วยเลือกตั้ง การลงคะแนน การปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และการนับคะแนน
แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วขั้นตอนเลือกตั้งจะเป็นไปตามปกติ แต่ก็พบปัญหาที่ไม่เป็นไปตามระเบียบในหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง เช่น ไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบางหน่วยเลือกตั้ง, ตัวแทนพรรคและผู้สังเกตการณ์มีน้อย, พบป้ายหาเสียงรอบหน่วยเลือกตั้ง, และการเข้าถึงของผู้สังเกตการณ์ไม่สม่ำเสมอ
ทั้งนี้พบว่าการมีส่วนร่วมในระดับผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นครอบคลุม โดยผู้หญิงและเยาวชนมีส่วนร่วมอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และเป็นอิสระของผู้พิการ และยังคงมีสัดส่วนผู้หญิงน้อยเกินไปในหมู่ผู้สมัครและผู้นำทางการเมือง
ANFREL จะยังคงสังเกตการณ์ต่อไปในช่วงหลังการเลือกตั้ง และจะเผยแพร่รายงานฉบับสุดท้ายที่ครอบคลุมพร้อมรายละเอียดข้อค้นพบและข้อเสนอแนะ
(Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP)





