พรีเมียร์ลีก 2025/26 หลังจบสัปดาห์ที่ 21 ‘ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล พลาดโอกาสทำแต้มทิ้งห่างหลัง ‘เรือใบสีฟ้า’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอไบรท์ตัน แต่พวกเขาก็ทำได้แค่เจ๊า ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ในบ้านตัวเองเหมือนกัน ส่วนสองทีมที่กำลังจะเข้ายุคใหม่คือ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ‘สิงโตน้ำเงินคราม’ เชลซี ก็ยังสะดุดเหมือนกัน ฝ่ายแรกบุกเยอะแต่ได้แค่เสมอเบิร์นลีย์ ส่วนฝ่ายหลังผู้เล่นโดนใบแดงไล่ออกอีกแล้วแถมหนักถึงขั้นแพ้เลยทีเดียว


‘เรือใบ’ กับ ‘ปืนใหญ่’ สะดุดเจ๊าทั้งคู่
เริ่มกันที่คู่แข่งแย่งแชมป์ตัวฉกาจ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันก่อนเลย ในช่วงหลังผลงานในลีกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่หวังไว้เพราะเสมอมาสองนัด ทำแต้มหลุดมือไป 4 คะแนนแล้ว มาในเกมนี้พวกเขายังได้เล่นในบ้านเจอกับไบรท์ตันที่การพบกันสามนัดหลังสุดเป็นของแสลงของซิตี้เพราะพวกเขาเอาชนะไม่ได้เลย แต่ในเกมนี้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องการสามคะแนนสุดๆ หากอยากจะลดช่องว่างของพวกเขากับจ่าฝูงอย่างอาร์เซนอล
โดยเริ่มเกมมาเหมือนอะไรๆ ก็ดูจะเป็นใจและเข้าทางของพวกเขาเพราะเดินหน้าครองเกมพร้อมบุกเข้าทำอยู่ตลอดเวลา จนในช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 41 พวกเขาก็มาขึ้นนำได้สำเร็จจากลูกจุดโทษของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จากนั้นในครึ่งหลังซิตี้มีโอกาสทิ้งห่างสุดๆ หลังจากที่ไบรท์ตันจ่ายบอลพลาดหน้าประตูไปเข้าทาง แบร์นาโด้ ซิลวา แต่เขาดันยิงไปชนเสา และเมื่อทำไม่ได้ฝันร้ายก็บังเกิด พวกเขามาโดน คาโอรุ มิโตมะ แข้งชาวญี่ปุ่นยิงเรียดด้วยขวาสุดสวยเข้าไปเป็นประตูตีเสมอให้ทีมเยือน หลังจากนั้นเจ้าบ้านก็เร่งเกมสุดๆ มีโอกาสมากมายแต่สุดท้ายทำไม่ได้ จบเกมเสมอไป 1-1 พลาดโอกาสทำแต้มไล่จี้จ่าฝูงอีกครั้ง
ต่อด้วยฝ่ายของจ่าฝูงอาร์เซนอลกันบ้างที่ลงเล่นเป็นคู่สุดท้ายของสัปดาห์ ทราบผลของแมนฯ ซิตี้ ไปก่อนแล้วซึ่งพวกเขาก็คาดหวังว่าต้องชนะให้ได้แม้เกมนี้กับลิเวอร์พูลจะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตามเพื่อที่จะเพิ่มความห่างของแต้มให้มากขึ้นเป็น 8 คะแนน แถมฟอร์มในลีกช่วงห้านัดหลังสุดก็ดีมากๆ เพราะชนะรวดทั้งหมด แต่ปรากฎว่าพวกเขาดันมาสะดุดเหมือนกับคู่แข่งเสียอย่างนั้นเมื่อทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับทีมเยือนแบบไร้สกอร์ในรูปเกมที่ต้องบอกว่าอึดอัดทั้งคู่ โอกาสทั้งหมดเท่าๆ กันทั้งการครองบอล จังหวะเข้าทำ และความเหมือนกันของทั้งคู่ก็คือไม่มีความเฉียบขาดทั้งสองทีม ทำให้ฝั่ง ‘ปืนใหญ่’ น่าจะเสียดายสุดๆ เพราะสุดท้ายแต้มของพวกเขายังห่างกับซิตี้แค่ 6 คะแนนเหมือนเดิม


‘ผี’ กับ ‘สิงห์ ตะกุกตะกักทั้งคู่ก่อนเริ่มยุคใหม่อย่างเป็นทางการ
ในขณะที่สองทีมเพื่อนรัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ที่อันดับตามติดกันมาและเพิ่งปลดกุนซือกันไปทั้งคู่ต่างก็เตรียมเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้งหลังจากนี้ก็มาฟอร์มสะดุดเหมือนกันอีก ไม่มีใครคว้าชัยชนะได้เลยในสัปดาห์นี้ เริ่มจากฝั่งเชลซีที่แข่งก่อนในศึก ‘ลอนดอน ดาร์บี้’ กับคู่แข่งบ้านใกล้เรือนเคียง ฟูแล่ม ที่เริ่มเกมมาพวกเขาก็ดูดีพอสมควร ครองเกมเข้าใส่ไปก่อนเลย แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็มาเกิดขึ้นในนาทีที่ 22 เมื่อมาร์ค คูคูเรญ่า แบ็คซ้ายของทีมที่เป็นตัวสุดท้ายไปดึง แฮร์รี่ วิลสัน ล้มลงจนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากนั้นพวกเขายันมาได้จนถึงนาทีที่ 55 ก็มาโดนขึ้นนำจากลูกโขกของ ราอูล ฆิเมเนซ แม้พวกเขาจะมาตามตีเสมอได้จากเลียม ดีแลป แต่สุดท้ายก็มาโดนทีเด็ดลูกยิงของวิลสันในนาทีที่ 81 ทำให้จบเกมแพ้ไป 2-1
ตัดมาที่ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ดกันบ้างที่ต้องบุกไปเยือนน้องใหม่ เบิร์นลีย์ ที่นัดแรกที่เจอกันในบ้านยูไนเต็ดพวกเขาเฉือนชนะไปได้ 3-2 จากลูกจุดโทษในนาทีบาป เริ่มเกมนี้มาแมนยูฯ เสียประตูเร็วตั้งแต่นาทีที่ 13 จากการทำเข้าประตูตัวเองของไอ้หนู เอย์เดน เฮฟเว่น หลังจากนั้นพวกเขาก็บุกแหลกเข้าใส่เจ้าบ้านจนมาได้ประตูตีเสมอจากเบนยามิน เชซโก้ ในนาทีที่ 50 ก่อนที่กองหน้าทีมชาติสโลวีเนียคนเดิมที่วันนี้ต้องบอกว่าเป็นฟอร์มร่างทองครั้งแรกตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมก็ทำประตูขึ้นนำจากการกระโดดชาร์จสุดสวยในนาทีที่ 60 แต่ก็ดีใจได้ไม่นานเพราะมาโดนไจดอน แอนโทนี่ ที่ได้ปั่นโค้งด้วยซ้ายสุดสวยเข้าไปเป็นประตูตีเสมอ หลังจากนั้นแม้ ‘ปีศาจแดง’ จะบุกกระจุยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จบเกมได้แค่เสมอกันไป 2-2 เก็บได้แค่แต้มเดียวเป็นนัดที่สามติดต่อกัน



