ฮัดสัน แพ้นัดแรก ช้างศึก สิ้นศรัทธา? คนดูรอบรองอาเซียน คัพ ในราชมังฯ น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

19 ส.ค. 2569 - 17:01

  • ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือคนปัจจุบัน พบกับความพ่ายแพ้แล้ว และกำลังอาจจะเจอกับวิกฤติ ‘สิ้นศรัทธา’ ของแฟนบอลไทย

ฮัดสัน แพ้นัดแรก ช้างศึก สิ้นศรัทธา? คนดูรอบรองอาเซียน คัพ ในราชมังฯ น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

ในที่สุดทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือคนปัจจุบันก็พบกับความพ่ายแพ้แล้ว หลังจากที่เมื่อวานนี้เปิดบ้านปราชัยแก่ทีมชาติสิงคโปร์  1-2 ในรอบรองชนะเลิศศึก อาเซียน ฮุนได คัพ นัดที่สอง แต่ยังดีที่ในนัดแรกบุกไปตุนผลชนะไว้ก่อน 3-1 ทำให้สุดท้ายยังดีพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปได้ด้วยสกอร์รวม 4-3 ตอนนี้ก็เหลือแค่รอว่าจะได้เจอใครระหว่าง ทีมชาติมาเลเซีย หรือ คู่ปรับตัวฉกาจอย่างทีมชาติเวียดนาม  

โดยสถิติที่น่าสนใจคือ ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ มาได้ถึง  11 นัดติดต่อกัน แต่แล้วสถิติก็หยุดลงแล้วเมื่อวานนี้ ส่วนสิงคโปร์เองก็ปลดล็อกเอาชนะไทยได้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงหรือโดนวิจารณ์มากที่สุดก็คือแท็คติกของเฮดโค้ช แอนโธนี่ ฮัดสัน ที่เขาเลือกเล่นในแบบเดียวกับที่เจอ ทีมชาติจีน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา 

แท็คติกที่ว่านั้นก็คือ ‘เกมรับ’ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดว่ามันก็คงไม่แปลกอะไรนี่ เพราะสกอร์เราได้เปรียบอยู่ จะไปบุกแลกกับเขาเพื่ออะไร แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเขาเลือกที่จะรับ ‘อย่างเดียว’ แบบที่ไม่ทำอะไรอย่างอื่นเลย ไม่มีแม้กระทั่งการ ‘โต้กลับ’ เพื่อสร้างโอกาสในการทำประตูใดๆ ทั้งสิ้น มันคือการรับแค่นั้นอย่างเดียวจริงๆ ซึ่งถ้ามองตามสายตาของแฟนบอลที่นั่งดูและเข้าใจภาษาฟุตบอลง่ายๆ ก็คือ ‘รับรอโดน’ เพราะไม่มีลูกหือลูกอือใส่คู่ต่อสู้ทั้งนั้น ถ้ามองย้อนกลับไปในเกมเจอจีน วันนั้นเราโชคดีที่เขาไม่คม แต่ในเกมนี้สิงคโปร์มีเป้าหมายมากๆ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เกมอุ่นเครื่องแต่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีเป้าหมายของการเป็นแชมป์ พวกเขาบุกกระหน่ำใส่เรื่อยๆ จนมาได้ประตูขึ้นนำ แม้เราจะตีเสมอได้จากจุดโทษแต่สุดท้าย พรรษา ก็มาทำเข้าประตูตัวเองและผลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ 

ส่วนอีกเรื่องที่สำคัญในเกมนี้ไม่น้อยไปกว่าผลการแข่งขันก็คือ ‘ช้างศึก’ กำลังเจอกับวิกฤติ ‘สิ้นศรัทธา’ ของแฟนบอลหรือไม่ เพราะจำนวนผู้ชมในเกมเมื่อคืนนี้มีจำนวนน้อยมากๆ คนที่ไปดูถึงที่สนามราชมังคลากีฬาสถานมีแค่ 10,802 คนเท่านั้น น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ อาเซียน คัพ รอบรองฯ เปลี่ยนมาแข่งแบบเหย้า-เยือน โดย 5 นัดหลังสุดของรอบรองชนะเลิศรายการนี้ในราชมังคลากีฬาสถาน คนดูขั้นต่ำๆ อย่างน้อยก็ต้องมีแตะหลัก 3 หมื่นคน โดยในปี 2008 มีคนดู 40,000 คน, 2014 มีคนดู 40,000 คน, 2016 มีคนดู 43,638 คน, 2018 มีคนดู 46,157 คน และล่าสุด 2024 มีคนดู 31,876 คน 

ถ้าถามว่าเหตุผลคืออะไร เพราะเอาจริงๆ แล้วฟอร์มทีมชาติไทยก็ไม่แพ้ใครมารัวๆ ทำไมคนดูถึงน้อย หนึ่งในเหตุผลก็อาจจะเป็นเรื่องทรงบอลของ ฮัดสัน ที่ขาดความดุดัน ไม่มีความสนุกในการเล่นฟุตบอล เพราะกุนซือสหรัฐฯ รายนี้เน้นเรื่องของผลการแข่งขันเป็นอันดับแรก ดังนั้นแฟนบอลจึงแทบจะไม่ได้เห็นการเล่นฟุตบอลแบบเอนเตอร์เทนเหมือนโค้ชคนก่อนๆ ของทีมชาติไทย ส่วนอีกสาเหตุก็อาจจะต้องเป็นหน้าที่ของ ‘สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ’ ในเรื่องของการโปรโมทให้แฟนบอลหันมาสนใจมากขึ้นเพราะตอนนี้การถ่ายทอดสดก็ไม่ได้เป็นแบบดูฟรีแล้ว แม้ตอนนี้ในเรื่องของบัตรเข้าชมจะมีทั้งการลดราคาลงแล้วแต่ก็ยังไม่ดึงดูดมากพอ สมาคมก็คงต้องหาวิธีการแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ต่อไปเพื่อเรียกศรัทธาจากแฟนบอลคืนกลับมาให้ได้  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์