เอเชียนเกมส์ 2026 ไร้หมู่บ้านนักกีฬา เผยวิธีคิดของเจ้าภาพญี่ปุ่น “ความยั่งยืน” ที่สร้างสรรค์

14 ก.ย. 2569 - 13:06

  • ไม่มีหมู่บ้านนักกีฬาแบบเดิม ญี่ปุ่นเลือกใช้โรงแรม ที่พักโมดูลาร์ และเรือสำราญแทน

  • Costa Serena กลายเป็น “หมู่บ้านลอยน้ำ” รองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ราว 4,000 คน พร้อมห้องพักประมาณ 1,500 ห้อง

  • ด้วยแนวคิดเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่ต้นทาง ทั้งลดการสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่และวางแผนให้ที่พักชั่วคราวนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้หลังจบการแข่งขัน

เอเชียนเกมส์ 2026 ไร้หมู่บ้านนักกีฬา เผยวิธีคิดของเจ้าภาพญี่ปุ่น “ความยั่งยืน” ที่สร้างสรรค์

เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโงยา ประเทศญี่ปุ่น กำลังจะเปิดฉากขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึงวันที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยหนึ่งในเรื่องที่ทำให้การแข่งขันครั้งนี้แตกต่างจากมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติครั้งก่อนๆ คือ ญี่ปุ่นเลือกที่จะไม่สร้าง “หมู่บ้านนักกีฬา” แบบดั้งเดิม 

แทนที่จะสร้างพื้นที่พักขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่หลายหมื่นคน ฝ่ายจัดการแข่งขันเลือกกระจายที่พักออกเป็นหลายรูปแบบทั้งโรงแรม ที่พักชั่วคราว และที่พิเศษที่สุดคือเรือสำราญ Costa Serena ที่จะทำหน้าที่เสมือน “หมู่บ้านนักกีฬาลอยน้ำ” 

แนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ลดการก่อสร้างใหม่ และทำให้สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นเพื่อการแข่งขันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้หลังจบการแข่งขัน 

ทำไมญี่ปุ่นถึงไม่สร้างหมู่บ้านนักกีฬา? 

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ เรื่องต้นทุน เดิมทีเมืองนาโงยามีการประเมินต้นทุนจัดการแข่งขันไว้ราว 85,000 ล้านเยน (ประมาณ 18,300 ล้านบาท) แต่ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 140,500 ล้านเยน (ประมาณ 30,200 ล้านบาท) หรือราว 927 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 ท่ามกลางต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น 

การสร้างหมู่บ้านนักกีฬาแบบถาวรจึงกลายเป็นภาระต้นทุนที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเลือกหลีกเลี่ยง โดยเปลี่ยนมาใช้ที่พักที่มีอยู่แล้ว รวมถึงโครงสร้างชั่วคราวและเรือสำราญแทน 

พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะสร้าง “หมู่บ้าน” ขึ้นมาเพื่อใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ ญี่ปุ่นเลือกนำพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างรูปแบบต่างๆ มาประกอบกันเป็น ระบบที่พักสำหรับนักกีฬา แทน 

จากตู้คอนเทนเนอร์สู่บ้านพักที่ใช้ต่อได้ 

หนึ่งในรูปแบบที่ถูกนำมาใช้คือที่พักชั่วคราวบริเวณท่าเรือนาโงยาซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านพักโมดูลาร์ที่ออกแบบให้คล้ายตู้คอนเทนเนอร์ 

ที่พักเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทิ้งร้างหลังการแข่งขัน แต่มีแผนที่จะนำไปใช้ต่อทั้งในฐานะที่พักนักท่องเที่ยวและหน่วยสำหรับรองรับภัยพิบัติในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิดของเจ้าภาพที่ต้องการให้การลงทุนเพื่อการแข่งขันสามารถสร้างประโยชน์ต่อหลังจบการแข่งขันได้ 

ขณะเดียวกันนักกีฬาส่วนหนึ่งจะเข้าพักในโรงแรมที่กระจายอยู่ในนาโงยาและพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดไอจิ รวมถึงบางชนิดกีฬาที่จัดการแข่งขันในโตเกียวก็จะใช้โรงแรมในพื้นที่นั้นเป็นที่พัก 

ทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ไม่มีหมู่บ้านนักกีฬาเพียงแห่งเดียว แต่กลายเป็นระบบที่พักหลายรูปแบบกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ 

ความพิเศษคือ “หมู่บ้านนักกีฬาลอยน้ำ” 

สำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประมาณ 4,000 คน จะได้พักบนเรือสำราญ Costa Serena ซึ่งถูกนำมาใช้แทนหมู่บ้านนักกีฬาแบบดั้งเดิม 

เรือสำราญลำนี้มีความยาวประมาณ 290 เมตร และมีห้องพักราว 1,500 ห้อง โดยจะจอดที่ Kinjo Pier ท่าเรือนาโงยา ระหว่างวันที่ 15 กันยายนถึง 6 ตุลาคม รวมระยะเวลา 22 วัน เพื่อทำหน้าที่เป็นโรงแรมลอยน้ำตลอดช่วงการแข่งขัน 

ภายในเรือมีทั้งห้องพัก ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ทำให้นักกีฬาไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากเมืองไปยังหมู่บ้านนักกีฬาแบบเดิม เพราะ “บ้าน” ของพวกเขาจะจอดอยู่ที่ท่าเรือใกล้กับพื้นที่การแข่งขัน 

สำหรับเวียดนามมีรายงานว่านักกีฬาจากหลายชนิดกีฬาจะได้เข้าพักบน Costa Serena เช่น ยิงธนู ยิมนาสติก ยูโด เรือพาย เซปักตะกร้อ ยกน้ำหนัก มวยปล้ำ และวูซู 

นี่จึงเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับมหกรรมกีฬาระดับทวีป เพราะแทนที่จะมีหมู่บ้านนักกีฬาบนแผ่นดิน ญี่ปุ่นกำลังสร้าง “หมู่บ้าน” ที่ลอยอยู่บนทะเล 

เรือลำนี้ใช้งบประมาณเท่าไร? 

การเช่า Costa Serena มีรายงานว่ามีมูลค่าเกือบ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการนำมาใช้เป็นที่พักตลอดช่วงการแข่งขัน 

รายละเอียดในเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องระบุค่าใช้จ่ายประมาณ 4.48 พันล้านเยน (ประมาณ 963 ล้านบาท) สำหรับเรือที่มีห้องพักประมาณ 1,500 ห้อง และจอดที่ Kinjo Pier เป็นเวลา 22 วัน 

เมื่อมองเทียบกับการสร้างหมู่บ้านนักกีฬาใหม่ทั้งระบบ แนวคิดการเช่าเรือจึงสะท้อนวิธีคิดอีกแบบของเจ้าภาพ นั่นคือใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการสร้างสิ่งใหม่เพื่อการแข่งขันเพียงครั้งเดียว 

และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “ความยั่งยืน” จึงไม่ได้หมายถึงแค่การลดขยะหรือรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการคิดว่าเงินลงทุนและสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันจะสามารถถูกใช้งานต่อไปได้อย่างไร 

เมื่อ “หมู่บ้านนักกีฬา” ไม่จำเป็นต้องเป็นหมู่บ้านอีกต่อไป 

เดิมทีการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ มักมาพร้อมกับภาพของหมู่บ้านนักกีฬาขนาดใหญ่ที่รวมผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลกเอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน แต่ Aichi-Nagoya 2026 กำลังทดลองอีกวิธีหนึ่ง 

นักกีฬาจะกระจายตัวอยู่ตาม โรงแรม บ้านพักโมดูลาร์ และเรือสำราญ โดยแต่ละรูปแบบถูกนำมาใช้เพื่อแก้โจทย์เรื่องพื้นที่ งบประมาณ และการใช้ประโยชน์หลังการแข่งขัน 

ยิ่งเมื่อจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากตัวเลขที่วางแผนไว้เดิมประมาณ 15,000 คนเป็นมากกว่า 17,000 คน ระบบที่พักแบบกระจายตัวก็ยิ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญของเจ้าภาพ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการจัดการแข่งขันและสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ยืนยันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมว่า สามารถจัดหาที่พักที่เหมาะสมให้กับผู้เข้าร่วมทั้งหมดที่ลงทะเบียนแล้วได้ 

เอเชียนเกมส์ 2026 จึงอาจไม่ได้มี “หมู่บ้านนักกีฬา” ในความหมายแบบเดิม หากแต่กำลังทดลองสร้างนิยามใหม่ของคำคำนี้ผ่านการนำ โรงแรม เรือสำราญ และที่พักชั่วคราว มาทำงานร่วมกัน 

และหากแนวคิดนี้ทำได้ตามเป้าหมาย สิ่งที่เหลือหลังการแข่งขันอาจไม่ใช่หมู่บ้านร้างขนาดใหญ่ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถกลับไปทำหน้าที่ในชีวิตประจำวันได้ต่อ 

นี่คืออีกหนึ่งวิธีคิดของเจ้าภาพญี่ปุ่นที่กำลังทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้มี “หมู่บ้านนักกีฬา” ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร 

และหากแนวคิดนี้ทำได้ตามเป้าหมาย สิ่งที่เหลือหลังการแข่งขันอาจไม่ใช่หมู่บ้านร้างขนาดใหญ่ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถกลับไปทำหน้าที่ในชีวิตประจำวันได้ต่อ 

นี่คืออีกหนึ่งวิธีคิดของเจ้าภาพญี่ปุ่นที่กำลังทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้มี “หมู่บ้านนักกีฬา” ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์