หากพูดถึง “วัดไร่ขิง” หลายคนอาจนึกถึงการไหว้พระ ทำบุญ และบรรยากาศงานวัดที่คึกคัก แต่สำหรับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่นี่อาจเป็นมากกว่านั้น เพราะทุกครั้งที่มีงานใหญ่บรรยากาศโดยรอบมักจะเต็มไปด้วยร้านค้า ผู้คน และโอกาสในการขาย
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคืองานนี้ไม่ได้ดึงดูดแค่พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป แต่ยังมี คนดังและดาราเข้ามาลงสนามขายของ ด้วยจนทำให้บรรยากาศยิ่งคึกคัก
ทำไมวัดไร่ขิง ถึงเป็นอีเวนต์ที่พ่อค้าแม่ค้าให้ความสนใจ?
คำตอบง่ายๆ คือ คนเยอะ เมื่อมีผู้คนเดินทางไปทำบุญ ไหว้พระ และเที่ยวงานจำนวนมาก สิ่งที่ตามมาคือโอกาสในการจับจ่ายใช้สอยตั้งแต่ของกิน เครื่องดื่ม ขนม ไปจนถึงสินค้าและของฝาก
สำหรับคนค้าขายการที่ลูกค้าเยอะมากมายเช่นนี้มีความหมาย เพราะไม่ต้องเริ่มต้นดึงคนเข้าพื้นที่ด้วยตัวเอง แต่สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้บริโภคอยู่แล้ว และยิ่งงานมีระยะเวลาจำกัด ความรู้สึกว่า “ต้องไปให้ทัน” ก็ยิ่งทำให้อีเวนต์นี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
งานวัดไม่ได้ขายแค่ของแต่ขายประสบการณ์
เสน่ห์ของงานวัดอยู่ที่การที่ผู้คนไม่ได้มาเพื่อซื้อของเพียงอย่างเดียว บางคนมาไหว้พระ บางคนมาหาของกิน บางคนพาครอบครัวมาเที่ยว ขณะที่บางคนอาจตั้งใจมาเดินดูร้านค้าโดยเฉพาะ
เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกันโอกาสที่จะเกิดการซื้อขายแบบไม่ได้วางแผนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตั้งใจมาไหว้พระ แต่เจอของกินน่ากินก็ซื้อ
ตั้งใจมาเดินเล่น แต่เจอของฝากถูกใจก็หยิบกลับบ้าน
หรือบางครั้งเห็นร้านที่มีคนต่อคิวก็เกิดความอยากลองตามกระแส
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “จำนวนคน” จึงเป็นปัจจัยสำคัญของงานลักษณะนี้
ทีเด็ดอีกอย่างคือดาราก็มาขายของ
อีกหนึ่งสีสันที่ทำให้งานวัดไร่ขิงน่าสนใจมากขึ้นคือการที่มี ดาราและคนดังเข้ามาร่วมขายของ เรียกได้ว่าไม่ได้มีแค่พ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพเท่านั้น แต่คนในวงการบันเทิงก็ขอลงสนามค้าขายด้วย
อย่าง เอม วิทวัส หรือ เอม ตามใจตุ๊ด / ซิสเตอร์เอม มีข้อมูลว่าเช่าพื้นที่ในราคา 40,000 บาท
ขณะที่ ต้าห์อู๋ พิทยา มีค่าเช่า 30,000 บาท พร้อมเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างโกโก้เข้มข้น
ด้าน โฟกัส จีระกุล ก็มาเปิดร้าน “โฟกัสหมี่ไก่ฉีก” ด้วยค่าเช่า 30,000 บาท
ส่วน ปิงลี่ จากลูกชิ้นนายปิง ก็แท็กทีมเข้ามาร่วมแจมพื้นที่ในโซนนี้ด้วย
การที่มีคนดังเข้ามาขายของไม่ได้เพิ่มแค่ร้านค้าแต่ยังเพิ่ม “แรงดึงดูด” ให้กับพื้นที่ เพราะแฟนคลับและคนที่อยากเจอศิลปินสามารถกลายมาเป็นลูกค้าได้ในเวลาเดียวกัน พูดง่ายๆ คือ ได้ทั้งเดินเที่ยวงาน ได้ทั้งของกิน และอาจได้เจอดาราคนโปรด
ค่าล็อกหลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบอกอะไร?
ตัวเลขค่าเช่าพื้นที่ซึ่งอยู่ในระดับ 30,000-1,000,000 บาท ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเป็นการสะท้อนว่าการเข้ามาขายของในงานลักษณะนี้ไม่ได้มองกันแค่เรื่อง “มีที่ตั้งร้าน” แต่ผู้ค้าต้องมองถึงศักยภาพของพื้นที่และจำนวนลูกค้าที่คาดว่าจะเข้าถึงได้ด้วย
แน่นอนว่า ค่าเช่าพื้นที่ไม่ใช่ตัวการันตียอดขาย และการจะคุ้มหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนสินค้า ราคา จำนวนลูกค้า ทำเล รวมถึงระยะเวลาขาย แต่สำหรับคนที่ตัดสินใจจ่ายค่าเช่าพื้นที่ในระดับนี้สิ่งที่พวกเขากำลังลงทุนจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร
แต่คือ โอกาสในการเข้าถึงคนจำนวนมาก

ทำไมงานแบบนี้ถึงเหมาะกับคนดัง?
สำหรับดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ การมาเปิดร้านไม่ได้มีแค่รายได้จากการขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของการสร้างกระแสและการพบปะแฟนๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
ชื่อของคนดังสามารถดึงความสนใจมายังร้านได้ ขณะเดียวกันร้านก็สามารถสร้างคอนเทนต์จากบรรยากาศหน้างานต่อได้อีก
จากร้านหนึ่งร้านจึงสามารถต่อยอดเป็นทั้งยอดขาย การพูดถึงบนโซเชียล และการสร้างความสัมพันธ์กับแฟนคลับ
นี่จึงทำให้งานวัดในยุคนี้มีมิติที่มากกว่าแค่การซื้อขายสินค้า
จากงานบุญสู่สนามธุรกิจขนาดย่อม
เมื่อมองภาพรวม วัดไร่ขิง จึงไม่ได้เป็นเพียงมิติของการทำบุญและการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีระบบเศรษฐกิจขนาดย่อมเกิดขึ้นรอบๆ งานอีกด้วย
มีทั้งผู้จัดงาน พ่อค้าแม่ค้า ผู้ผลิตสินค้า คนขนส่ง ลูกจ้าง รวมถึงผู้บริโภคที่เข้ามาจับจ่าย
ยิ่งมีคนดังเข้ามาร่วมขายก็ยิ่งเพิ่มอีกหนึ่งองค์ประกอบคือ “กระแส” ซึ่งสามารถทำให้ร้านค้าและพื้นที่บางโซนได้รับความสนใจมากขึ้น

แล้วทำไมใครๆ ก็อยากมาขายของที่วัดไร่ขิง?
เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการตั้งร้านแล้วรอลูกค้าเดินเข้ามา
แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีทั้ง ผู้คน การท่องเที่ยว การจับจ่าย และกระแส เกิดขึ้นพร้อมกัน
ตั้งแต่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยไปจนถึงดาราที่ลงทุนค่าเช่าพื้นที่หลักหมื่นต่างก็เข้ามาแข่งขันกันบนเวทีเดียวกัน
และเมื่อมีทั้ง เอม วิทวัส, ต้าห์อู๋ พิทยา, โฟกัส จีระกุล และปิงลี่ มาร่วมสร้างสีสันก็ยิ่งทำให้งานวัดไร่ขิงมีภาพของ “อีเวนต์” ชัดขึ้นกว่าเดิม
เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ไปอาจตั้งใจเพียงเพื่อ “ไหว้พระ” แต่พอเดินออกจากงานอาจได้ทั้ง ของกิน ของฝาก และคอนเทนต์ติดมือกลับบ้าน
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าสิ่งที่หวังคงมีอย่างเดียวคือ “ยอดขาย”




