เสียงปืนชายแดนปลุกความหวาดกลัว ชาวบ้านสุรินทร์-ศรีสะเกษหวั่นปะทะรอบใหม่ นักวิชาการชี้กัมพูชาหวังสร้างชาตินิยม-ดึงมหาอำนาจจับตาไทย

20 พ.ค. 2569 - 11:30

  • เหตุยิงปืน 11 นัดฝั่งกัมพูชาบริเวณแนวชายแดน อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ และยิง M79 ใส่ฐานปฏิบัติการ จ.ศรีสะเกษ ทำชาวบ้านหวาดผวา หวั่นเกิดปะทะรอบ 3

  • นักวิชาการ ม.อุบลฯ มองกัมพูชาใช้ “เกมยั่วยุ” หวังดึงความสนใจนานาชาติกลับมาที่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

  • ปมยกเลิก MOU 44 และการขึ้นทะเบียน 3 ปราสาทในสุรินทร์ ถูกมองเป็นชนวนใหม่ของความตึงเครียด ชาวบ้านชายแดนสะท้อนเศรษฐกิจทรุด รายได้หายหลังเหตุปะทะ-อพยพช่วงปลายปีที่ผ่านมา

เสียงปืนชายแดนปลุกความหวาดกลัว ชาวบ้านสุรินทร์-ศรีสะเกษหวั่นปะทะรอบใหม่ นักวิชาการชี้กัมพูชาหวังสร้างชาตินิยม-ดึงมหาอำนาจจับตาไทย

แม้ไทยและกัมพูชาจะเคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อคืนความสงบตามแนวชายแดน และเปิดทางให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่สถานการณ์กลับเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง หลังวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีรายงานเสียงปืนดังขึ้น 11 นัด บริเวณแนวชายแดนโอร์เสม็ด ฝั่ง อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์

แม้กองทัพจะชี้แจงว่าเป็นเพียงการยิงตรวจสอบแนวรบ ไม่ได้หวังผลทางการทหาร แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังสร้างความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ก่อนที่วันที่ 14 พฤษภาคม จะเกิดเหตุยิงระเบิด M79 จำนวน 2 นัด เข้าใส่ฐานปฏิบัติการห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ยิ่งทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาถูกจับตาอีกครั้ง

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo02.jpg

ชาวบ้านผวา หวั่นปะทะรอบใหม่ กระทบปากท้อง

จำรัส สัตปานนท์ อายุ 72 ปี ชาวบ้านตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ชาวบ้านยังมีความกังวลว่าจะเกิดสงครามอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่หาเช้ากินค่ำและไม่มีรายได้มั่นคง

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo06.jpg

“สงสารคนเฒ่าคนแก่ ที่ต้องหาเช้ากินค่ำแบบยาย บางครั้งก็คิดในว่าทำไมเหตุการณ์ไม่สงบเสียที ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลจัดการอย่างเด็ดขาด”

“ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะต้องอพยพไปอยู่ไหนอีก ถ้าเกิดเหตุซ้ำ คนชายแดนลำบากมาก อยากให้จัดการปัญหาให้จบ จะได้ไม่ต้องหวาดระแวง”

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo07.jpg

ขณะที่ สุชานาถ ภาณุพินทุ เจ้าของร้านกาแฟในพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ระบุว่า เหตุอพยพเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้ร้านลดลงจากเดือนละประมาณ 20,000 บาท เหลือเพียงราว 10,000 บาท ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งน้ำตาล นม และอุปกรณ์ร้านกาแฟ

“กังวลว่า หากเกิดการปะทะอีกครั้ง จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจชายแดนที่เปราะบางอยู่แล้ว และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว”

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo05-1.jpg

นักวิชาการชี้ “กัมพูชายั่วยุ” หวังเรียกความสนใจโลก

‘ธนเชษฐ วิสัยจร’ อาจารย์ภาควิชาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของกัมพูชาในช่วงนี้สะท้อนความพยายาม “ยั่วยุเชิงสัญลักษณ์” เพื่อดึงความสนใจของประชาคมโลกกลับมาที่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

เขามองว่า ภายใต้รัฐบาลของฮุนมาเนต กัมพูชาพยายามใช้ยุทธศาสตร์เดิม คือสร้างภาพว่าตนเองเป็น “ประเทศเล็กที่ถูกรังแก” เพื่อดึงมหาอำนาจหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามามีบทบาท

“กัมพูชารู้ดีว่าวัดกำลังทางทหารกับไทยไม่ได้ จึงพยายามสร้างประเด็นให้นานาชาติกลับมาสนใจ เพราะก่อนหน้านี้โลกหันไปจับตาสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่มีพื้นที่ข่าว”

‘ธนเชษฐ’ ยังชี้ว่า ความไม่พอใจของกัมพูชาต่อการที่ไทยยกเลิก MOU 44 หรือบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ปี 2544 รวมถึงการประกาศขึ้นทะเบียน “ปราสาทตาควาย-ปราสาทตาเมือน-ปราสาทคะนา” ใน จ.สุรินทร์ เป็นโบราณสถานของไทย อาจเป็นอีกชนวนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียด

ปมการเมืองภายในกัมพูชา ถูกมองเป็นแรงผลักดัน

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

นอกจากปัจจัยระหว่างประเทศแล้ว นักวิชาการยังมองว่า รัฐบาลกัมพูชาต้องการสร้างกระแสชาตินิยมภายในประเทศ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ปี 2570 หลังถูกฝ่ายค้านนำโดย ‘สม รังสี’ ที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนักเรื่องเศรษฐกิจ การปิดด่าน และข้อกล่าวหาเรื่องเสียดินแดน

‘ธนเชษฐ’ ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาจำเป็นต้องสร้าง “ชัยชนะเชิงสัญลักษณ์” ให้ประชาชนรู้สึกว่าประเทศไม่ได้เสียเปรียบไทย เพื่อรักษาฐานความนิยมทางการเมือง

นักวิชาการเตือน ปัญหาจะยืดเยื้อ หากไร้ทางออกเชิงโครงสร้าง

ด้าน อิมรอน โสะสัน อาจารย์สาขาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอาจารย์อาคันตุกะ ศูนย์วิจัยนโยบายมหาวิทยาลัย USM มาเลเซีย มองว่า ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องดินแดน ทรัพยากรพลังงานทางทะเล และกระแสชาตินิยมของทั้งสองประเทศ

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo01.jpg

เขาระบุว่า รัฐบาลอนุทินกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการจัดการปัญหาชายแดน โดยเฉพาะหลัง ครม.มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก MOU 44 และหันไปใช้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ UNCLOS เป็นฐานเจรจาแทน

“ความขัดแย้งนี้จะไม่จบด้วยกำลังทหารหรือกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการยอมรับอธิปไตยของกันและกัน”

‘อิมรอน’ ยังประเมินว่า หากทั้งสองประเทศยังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ สถานการณ์ยั่วยุตามแนวชายแดนอาจเกิดขึ้นซ้ำเป็นระยะ และมีโอกาสยกระดับความรุนแรงได้ในอนาคต

Villagers-along-the-Thai-Cambodian-border-fear-a-third-clash-SPACEBAR-Photo03-2.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์