เปิดข้อมูล “สุสานยิวบางคล้า” ใครยื่นขอ–ทำไมไม่ผ่านต่ออายุ?

4 ก.ย. 2569 - 17:29

  • ตรวจสอบสุสานยิวบางคล้า พบไม่ผ่านเกณฑ์ระยะห่างถนน–แหล่งน้ำ กำแพงอยู่ห่างคลองสาธารณะ 187 เมตร ตัวสุสานห่างถนนเพียง 3.60–9 เมตร และประตูห่าง 6 เมตร ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

  • ฝ่ายปกครองยืนยันมีการฝัง 1 ศพในช่วงใบอนุญาตมีผล ปัจจุบันสถานที่หยุดดำเนินกิจการ ส่วนข้อพิพาทยังอยู่ในศาลปกครองระยอง

เปิดข้อมูล “สุสานยิวบางคล้า” ใครยื่นขอ–ทำไมไม่ผ่านต่ออายุ?

ความคืบหน้ากรณีโครงการสุสานชาวยิวในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มีข้อมูลทางราชการเพิ่มเติม หลังทั้งกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ออกมาชี้แจงลำดับการอนุญาต เหตุผลในการไม่ต่อใบอนุญาต ตลอดจนสถานะการดำเนินกิจการและคดีในศาลปกครอง

ข้อมูลล่าสุดทำให้สามารถแยกข้อเท็จจริงออกจากกระแสข่าวได้ชัดเจนขึ้นว่า สถานที่ดังกล่าวไม่ได้เป็น “สุสานเถื่อนมาตั้งแต่ต้น” เพราะเคยได้รับใบอนุญาตในปี 2564 แต่ปัจจุบันไม่มีใบอนุญาตที่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากไม่ผ่านการต่ออายุและได้หยุดดำเนินกิจการแล้ว

กรมการปกครองระบุว่า สถานที่แห่งนี้ใช้ชื่อ “JEWISH CEMETERY THAILAND” โดยมี บริษัท กาน ชาบาด จำกัด เป็นผู้ยื่นคำขอจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน และมี นางสาวสมพร เกิดบ้านไร่ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการ

ใบอนุญาตออกเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 มีอายุ 3 ปี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้นเป็นผู้ออกใบอนุญาตในฐานะ “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ตามพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528

ข้อมูลนิติบุคคลสาธารณะที่อ้างอิงฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท กาน ชาบาด จำกัด หรือ GAN CHABAD CO., LTD. เลขทะเบียน 0105551030881 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และยังมีสถานะดำเนินกิจการอยู่ อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนบริษัทและการระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดตั้งสุสาน ไม่ได้หมายความว่าบริษัทสามารถใช้ที่ดินแปลงใดเป็นสุสานได้โดยอัตโนมัติ แต่ต้องได้รับใบอนุญาตเฉพาะและผ่านเกณฑ์ด้านสถานที่ตามกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ระบุว่า การก่อสร้างภายในพื้นที่เริ่มขึ้นประมาณเดือนพฤศจิกายน 2565 และแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2566

“ในช่วงปี 2566 ชาวบ้านประมาณ 60 คน ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ใกล้สถานที่รวมตัวกันบริเวณหน้าสุสาน เพื่อคัดค้านการนำศพเข้าฝัง หลังทราบว่าจะมีการนำศพมายังพื้นที่ โดยใบมรณบัตรระบุสถานที่ฝังเป็นสุสานยิวแห่งนี้”

“เหตุผลของประชาชนคือ พื้นที่อยู่ใกล้ชุมชนและเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจร ตลอดจนโรงเรียนบ้านหนองโสน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดใต้ ศาลาประชาคม แปลงเกษตร และบ่อเลี้ยงกุ้ง”

คำชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัด ระบุว่า ที่ทำการปกครองอำเภอบางคล้ายืนยันว่า ในช่วงที่ใบอนุญาตยังมีผล มีการฝังศพในพื้นที่จำนวน 1 ศพ

บริษัท กาน ชาบาด จำกัด ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ต่อนายอำเภอบางคล้า ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน นายอำเภอบางคล้าได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 

โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการกลั่นกรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสุสานและฌาปนสถานมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า สถานที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2543 จึงเห็นว่า “ไม่ควรต่อใบอนุญาต”

กรมการปกครองเปิดเผยผลการตรวจสอบระยะทางอย่างเป็นทางการ 2 จุดสำคัญ ได้แก่

  • กำแพงสุสานอยู่ห่างคลองสาธารณประโยชน์ 187 เมตร ต่ำกว่าเกณฑ์ทั่วไปที่กำหนดไม่น้อยกว่า 400 เมตร
  • ตัวสุสานอยู่ห่างถนนสนามช้าง–หนองโสนเพียง 3.60–9 เมตร และประตูสุสานอยู่ห่างถนน 6 เมตร ต่ำกว่าเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 50 เมตร

เมื่อนำมาเปรียบเทียบ จุดที่อยู่ใกล้ถนนที่สุดมีระยะเพียง 7.2% ของเกณฑ์ขั้นต่ำ ส่วนระยะจากคลอง 187 เมตรคิดเป็นประมาณ 46.8% ของเกณฑ์ทั่วไป 400 เมตร

จังหวัดฉะเชิงเทราตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ถนนสนามช้าง–หนองโสนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงท้องถิ่น ส่วน “คลองใหม่” ได้รับการยืนยันจากผู้นำท้องที่และท้องถิ่นว่าเป็นคลองสาธารณประโยชน์ ใช้ระบายน้ำเมื่อเกิดน้ำท่วมและส่งน้ำเข้าสวนกับบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร

กฎกระทรวง พ.ศ. 2543⁠ กำหนดให้สถานที่ฝังศพถาวรอยู่ห่างถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 50 เมตร และห่างทางน้ำ คลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า 400 เมตร กรณีมีระบบป้องกันกลิ่นและสิ่งปฏิกูลรั่วไหล ระยะจากทางน้ำอาจลดลงได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 100 เมตร ทั้งนี้ คำชี้แจงล่าสุดยังไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ประกอบการเคยยื่นระบบป้องกันเพื่อขอใช้ข้อยกเว้นดังกล่าวหรือไม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ระบุว่า ที่ดินซึ่งใช้ยื่นขอจัดตั้งสุสานถูกแบ่งออกเป็น 2 โฉนด ทำให้ส่วนที่ขออนุญาตเป็นสุสานเหลือเนื้อที่ 6 ไร่ 20 ตารางวา หรือประมาณ 9,680 ตารางเมตร ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าสุสานจะรองรับมากกว่า 1,200 หลุมในระยะเวลา 50 ปี เป็นข้อมูลเป้าหมายความจุของโครงการ ไม่ใช่จำนวนที่หน่วยงานรัฐอนุญาตให้ดำเนินการในปัจจุบัน

หลังมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต บริษัทได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง โดยกรมการปกครองระบุว่า มีการยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567

ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2568 กรมการปกครองแจ้งผลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา เนื่องจากยื่นเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมแจ้งสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

การไม่รับอุทธรณ์ครั้งนี้เป็นการพิจารณาเรื่องระยะเวลา ไม่ใช่คำวินิจฉัยชี้ขาดเนื้อหาว่าสถานที่ตั้งสุสานชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัจจุบันผู้ดำเนินการได้ใช้สิทธิฟ้องคดี และข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองระยอง ยังไม่ปรากฏคำพิพากษาถึงที่สุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ยืนยันว่า ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวหยุดดำเนินกิจการแล้ว พร้อมกำชับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ตรวจตราและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากพบความเคลื่อนไหวให้รายงานจังหวัดทันที

ด้านกรมการปกครองยืนยันด้วยว่า การพิจารณากรณีนี้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและตรวจสอบสถานที่แล้วพบว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์