การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในจังหวัดเชียงใหม่ คือหนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงมาอย่างยาวนานแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยผลสรุปการศึกษาโครงการ ระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ "สายสีแดง" (ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี - อุทยานหลวงราชพฤกษ์) ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสายสำคัญ และการแก้ไขปัญหาจราจรและขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่การเป็น Smart City อย่างเต็มรูปแบบ


สาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการกลยุทธและแผน รฟม. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนและเสนอรายละเอียดโครงการมาแล้ว 2 ครั้ง ในส่วนเส้นทางต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงของจังหวัดเชียงใหม่จากเดิมที่เริ่มตั้งแต่ โรงพยาบาลนครพิงค์ ถึง สี่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี
“โดยส่วนต่อขยายสายสีแดงจะเริ่มตั้งแต่สี่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ระยะทางรวม 5 กิโลเมตร มีสถานีรับ - ส่งผู้โดยสาร 5 สถานี”
“ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาประชาชนให้ความสนใจ และไม่มีประเด็นการคัดค้าน หลังจากนี้จะนำความเห็นของประชาชนมาปรับปรุงโครงการ สำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571”


สาโรจน์ กล่าวต่อว่าที่ผ่านมาได้มีการรับฟังความคิดเห็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2568 ซึ่งทาง รมฟ. และ บริษัทที่ปรึกษา เราก็กลับไปดูรายละเอียดของเส้นทางทั้งหมด เพื่อออกแบบตัวเส้นทาง โดยมีการลงลึกในรายละเอียด รวมถึงตำแหน่งของสถานี ลักษณะของรถที่จะนำมาใช้ ซึ่งครบถ้วนใกล้แล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว และนำข้อมูลที่มีรูปแบบชัดเจนกลับมาเสนอให้กับประชาชนเพื่อที่จะสรุปผลการศึกษาทั้งหมดเพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไป
ด้าน จิรศักดิ์ ดอกอินทร์ ชาวบ้านบ้านปง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายจากแยกแม่เหียะสมานสามัคคี-อุทยานราชพฤกษ์ หากมองภาพรวมแล้วก็ถือว่าเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ เพราะพื้นที่บริเวณนี้นั้นอยู่ห่างไกลกับถนนสาย 108 หรือถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมเข้าตัวเมืองเชียงใหม่
“และบริเวณนี้ก็ไม่มีขนส่งมวลชนที่ดีพอ ถ้าหากจะเดินทางเข้าเมืองก็ต้องใช้รถส่วนตัว หากจะต้องใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ หรือรถที่เดินทางเข้าเมือง ก็ต้องให้ญาติพี่น้อง ไปส่งบริเวณถนนสาย 108 เพื่อที่จะนั่งรถโดยสารเข้าไปในเมือง ซึ่งถือว่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก หากไม่มีใครไปส่งก็ไม่สามารถเดินทางไปได้”


จิรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประโยชน์หลักของรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายก็จะทำให้ประชาชนในพื้นที่บริเวณ สามารถขึ้นรถรถไฟฟ้าเชื่อมโยงไปยังถนนสายหลักได้ อนาคตหากมีขนส่งมวลชนที่ดีพอประชาชนก็จะเลิกใช้รถส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาการจราจร และบริเวณนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

“ถ้าหากมีรถไฟฟ้าสายสีแดงก็จะเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ เพราะช่วงไฮซีซั่นบริเวณนี้ถือว่ามีนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก บางครั้งก็ทำให้การจราจรติดขัด รวมถึงจุดให้บริการที่จอดรถนั้นก็ยังมีไม่มากพอ หากมีขนส่งสาธารณะ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้เช่นกัน” จิรศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ รศ.บุญส่ง สัตโยภาส อดีตอาจารย์ประจำภาควิชา วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงของจังหวัดเชียงใหม่ต้องมองเป็นสองส่วน คือส่วนแรกที่มาจากโรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม ถือว่าเกิดประโยชน์ เพราะเป็นการเชื่อมจากรอบนอกเข้าตัวเมือง ซึ่งถือว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักในการออกแบบเส้นทาง เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแท้จริง
“ขณะเดียวกันส่วนขยาย จากแยกแม่เหียะสมานสามัคคี ไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ส่วนตัวมองว่าอาจเป็นการลงทุนที่จะไม่คุ้มค่า เพราะวัตถุประสงค์คือส่งเสริมการท่องเที่ยว แตปัจจุบันการท่องเที่ยวในย่านนี้ จะนิยมเที่ยวเป็นบางช่วงเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงที่เป็นไฮซีซั่น แต่ถ้าเปรียบเทียบช่วงนี้ก็เงียบเหงา ซึ่งอาจจะไม่มีคนใช้และไม่เกิดประโยชน์สูงสุด”



รศ.บุญส่ง กล่าวด้วยว่า จากการที่รับฟังเสียงประชาชน เส้นทางที่ประชาชนเสนอจากแยกแม่เหียะสมานสามัคคี มุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอหางดงนั้น จะเกิดประโยชน์มากกว่า เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการใช้ขนส่งสาธารณะที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการออกแบบ


ทั้งนี้ โครงการขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี - อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จะใช้ระบบรางไฟฟ้าบนดิน โดยอยู่บนเกาะกลาง และมีสถานีรับส่งผู้โดยสาร 5 สถานี ประกอบด้วย สถานีบ้านดอนปิน สถานีแยกพืชสวนโลก สถานีบ้านเอื้ออาทร เป็นการปรับปรุงเส้นทางเดิม ทำให้มีระยะเพิ่มขึ้น จึงต้องทำการรับฟังความเห็น มีขอบเขต 3 ตำบล คือ อำเภอเมือง ตำบลแม่เหียะ อำเภอหางดง ตำบลสันผักหวาน และ ตำบล หนองควาย
จากผลการศึกษาคือ ระบบรางเบา (Light Rail Transit : LRT) โดยโครงการ LRT สายสีแดงทั้งระบบใช้งบฯลงทุนรวมประมาณ 32,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการหลัก ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ราว 30,000 ล้านบาท และส่วนต่อขยาย แยกแม่เหียะสมานสามัคคี-อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ราว 2,000 ล้านบาท ใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) อัตราความจุผู้โดยสาร 300 คน รองรับผู้โดยสาร 20,000-30,000 คนต่อวัน คาดเริ่มก่อสร้างปลายปี 2570 และเปิดให้บริการราวปี 2574
สำหรับส่วนต่อขยายถือเป็นการวางโครงสร้างเมืองให้รองรับการขยายตัวในทศวรรษหน้า โดยเฉพาะย่านแม่เหียะ-อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ที่กำลังกลายเป็นโซนพัฒนาศักยภาพสูง ทั้งด้านท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย และเศรษฐกิจใหม่






