เสียงสะท้อน “โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ” ช่วยเกษตรกรภาคเหนือ แก้ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ

10 ม.ค. 2569 - 01:00

  • “พัฒนาสวนลำไยคุณภาพ เงินอุดหนุนไร่ละ 1,000 บาท” โครงการรัฐช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ภาคเหนือหลังประสบปัญหาราคาลำไยตกต่ำ

  • แต่เงื่อนไขและหลักเกณฑ์กลับทำให้ชาวสวนต้องผิดหวัง เหตุเพราะพื้นที่สวนลำไยไม่เข้าเกณฑ์

เสียงสะท้อน “โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ” ช่วยเกษตรกรภาคเหนือ แก้ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ

หนึ่งในโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ชาวสวนลำไย ในพื้นที่ภาคเหลือ หลังประสบปัญหาราคาลำไยตกต่ำ ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ ตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน และตาก

“เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ภายในเดือน มกราคม 2569 จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาสวน ตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล อัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน ทั้งนี้ เกษตรกรต้องดำเนินการจริง และผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการ 3 ระดับ เพื่อฟื้นฟูสวนลำไยให้มีคุณภาพและผลผลิตที่ดีขึ้น”

สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ มีดังนี้

1.เป็นเกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน 8 จังหวัดภาคเหนือ

2.ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2568 กับกรมส่งเสริมการเกษตร

3.ไม่มีประวัติการเผาในพื้นที่เกษตร ตามประกาศมาตรการป้องกัน PM 2.5

ส่วนเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการได้แก่

1.พื้นที่ต้องเป็นต้นลำไยที่ให้ผลผลิตแล้ว อายุ 5–25 ปี

2.พันธุ์ลำไยที่เข้าร่วม ได้แก่ พันธุ์อีดอ สีชมพู พวงทอง และเบี้ยวเขียว

3.ต้องเข้ารับการถ่ายทอดความรู้ผ่านสื่อการเรียนการสอนออนไลน์

4.ต้องดำเนินการตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ตามข้อกำหนด และรายงานผลให้เจ้าหน้าที่ทราบ

5.ต้องแนบใบเสร็จการซื้อปัจจัยการผลิตในช่วงเวลาที่กำหนด

The-Quality-Longan-Orchard-Project-helps-longan-farmers-in-the-northern-region-SPACEBAR-Photo05.jpg

อัญชลี สุวจิตตานนท์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย เพื่อเพิ่มรายได้ ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง ตามบัญชีที่แจ้งไว้และเป็นไปตามสิทธิ์ที่ได้รับไม่เกิน 10 ไร่ ต่อครัวเรือน

โดย ธ.ก.ส.ได้มีการแจ้งการโอนเงินเบื้องต้นเข้าบัญชีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ กลุ่มแรก จำนวน 7,965 ครัวเรือน จำนวนเงินกว่า 48 ล้านบาท ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

The-Quality-Longan-Orchard-Project-helps-longan-farmers-in-the-northern-region-SPACEBAR-Photo02.jpg

ล่าสุดได้มีการขยายเวลาเปิดรับสมัครเกษตรชาวสวนลำไย 8 จังหวัด ภาคเหนือ เพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการฟื้นฟูการผลิตลำไยให้มีประสิทธิภาพด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มและช่อผล เพิ่มสัดส่วนลำไยคุณภาพสูง เกรดคุณภาพ AA+A ให้มีเพิ่มขึ้น ยกระดับรายได้ และเกิดแนวปฏิบัติเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของการผลิตลำไยคุณภาพสูงของไทยต่อตลาดโลก

The-Quality-Longan-Orchard-Project-helps-longan-farmers-in-the-northern-region-SPACEBAR-Photo04.jpg

ผศ.พาวิน มะโนชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตลำไยคุณภาพ และ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ มองว่า ปัจจุบันเกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นเกษตรกรรายย่อย ส่วนใหญ่เป็นสวนลำไยที่ไม่ได้ตัดแต่งทรงพุ่มมาตั้งแต่แรก ปล่อยต้นลำไยสูง และไม่ได้มีการตัดแต่งช่อ เพราะไม่มีแรงงาน แต่จะเน้นการบำรุง จึงทำให้คุณภาพลำไยในพื้นที่ภาคเหนือไม่สูงมากนัก แตกต่างกับจังหวัดจันทบุรี และสมุทรสาคร ที่เน้นการผลิตลำไยคุณภาพ ตัดแต่งช่อ

“จริงๆ แล้วการตัดแต่งกิ่งทรงพุ่ม ก็จะทำให้ต้นลำไยโปร่ง และเก็บเกี่ยวผลผลิตง่าย ทำให้ต้นลำไยมีจำนวนยอดไม่เยอะ เวลาติดลูกนั้นจะอยู่ในความพอดี แต่ภาคเหนือนั้นมีการเน้นลำไยทรงพุ่มทึบ หากผลติดช่อพอดี และสภาพแวดล้อมดี ก็จะทำให้ปีนั้นมีผลผลิตที่มีคุณภาพ แต่หากติดผลมากเกินไป ก็จะทำให้ปีนั้นผลผลิตลำไยด้อยคุณภาพ ซึ่งการตัดแต่งกิ่ง และช่อผล ก็ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตลำไยคุณภาพอยู่แล้ว แต่ทางภาคเหนือนั้น มีลำไย เกรด AA ไม่ถึง 30%”

The-Quality-Longan-Orchard-Project-helps-longan-farmers-in-the-northern-region-SPACEBAR-Photo03.jpg

สำหรับโครงการสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร อย่างโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ นั้นมีเงื่อนไขเยอะก็จะทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ไป ขณะเดียวกันเงื่อนไข ที่เห็นชัดเจนก็คือ ต้นลำไย จะต้องมีอายุ 5-25 ปี เงื่อนไขนี้ควรที่จะมีการพิจารณาปลดล็อค เพราะในพื้นที่ภาคเหนือบางส่วนนั้น ต้นลำไยอายุเกิน 25 ปี จึงจะต้องมีการสำรวจในพื้นที่ เพื่อพิจารณาในการแก้ไขหรือปลดล็อค

“เพราะตามหลักวิชาการ ต้นลำไยอายุเกิน 25 ปี หากอยู่ในพื้นที่สูง และได้รับการดูแล ก็จะยังสามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ ตกแต่งทำสาวได้ แต่ลำใยอายุเกิน 25 ปีที่อยู่ในพื้นที่ราบ อาจจะไม่เหมาะ เพราะต้นลำไยนั้นจะโทรม แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของชาวสวนด้วย” ผศ.พาวิน กล่าว

The-Quality-Longan-Orchard-Project-helps-longan-farmers-in-the-northern-region-SPACEBAR-Photo06.jpg

ขณะที่ พีรพงษ์ มอญไข่ เกษตรกรชาวสวนลำไย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพทำสวนลำไยเป็นอาชีพหลัก ปัจจุบันประสบปัญหาราคาลำไยตกต่ำ ไม่ได้กำไร แม้ส่วนตัวจะพยายามศึกษาผลิตลำไยที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ แต่ก็ประสบปัญหาเรื่องของการจ้างแรงงาน ที่จะมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และลำพังเฉพาะในครอบครัว ไม่สามารถบริหารจัดการในสวนได้ทั้งหมด เพราะลำไยอายุเยอะลำต้นสูง ทำได้เพียงตัดแต่งกิ่ง ในช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น

“สำหรับโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไย ของกรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมให้ทำลำไยคุณภาพ โดยจะให้ไร่ละ 1,000 ไม่เกิน 10 ไร่ ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ดี และอยากเข้าร่วมเป็นอย่างมาก เพราะมีพื้นที่ปลูกรวมๆแล้วกว่า 4 แปลง 250 ต้น เพื่อที่จะนำเงินมาเพิ่มต้นทุนการผลิต แต่ดูจากเงื่อนไขแล้วส่วนตัวก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากต้นลำไยส่วนใหญ่อายุเกิน 25 ปี”

พีรพงษ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากสวนลำไยของครอบครัวนั้น เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ และมีการปลูกลำไยใหม่ เพียง 1 แปลงเท่านั้น จึงสานต่อด้วยการนำสาวต้นลำไย ที่อายุเยอะแล้วก็พอได้ผลผลิต จึงอยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าในละแวกเดียวกัน สวนลำไยเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่อายุเกิน 25 ปี ไปแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมในโครงการนี้ได้

The-Quality-Longan-Orchard-Project-helps-longan-farmers-in-the-northern-region-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์