วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมายาวนาน ไม่เพียงเเต่ส่งผลกระทบด้านพลังงานเชื้อเพลิง ที่ยังคงปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมี ภาคธุระกิจหลากหลายที่เริ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะหากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนเช่นกัน โดยเฉพาะราคาวัสดุก่อสร้างที่ปัจจุบันพุ่งสูงถึงร้อยละ 30 ทั้งราคาปูนซีเมนต์ ราคาเหล็ก ราคาท่อพีวีซี ราคาสายไฟ ทำให้ผู้รับเหมาเชียงใหม่ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก

พระกาฬ วัชรีวรรณ ผู้รับเหมารายย่อยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้รับเหมาก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ต้องทบทวนและปรับแผนการทำงานใหม่ทั้งหมด หลังจากที่กำลังเจอกับปัญหาด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการแรงงาน ค่าแรงคนงาน ตลอดจนราคาวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยมีสาเหตุหลักมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาวัสดุก่อสร้างสำคัญ เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ สายไฟฟ้า ท่อพีวีซี รวมถึงอุปกรณ์ระบบสุขา ก็ปรับราคาขึ้นตามต้นทุนการนำเข้าและค่าขนส่งที่แพงขึ้นด้วยเช่นกัน


เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดก็คือ สมมุติว่าเราคิดราคาเหล็ก เส้นละ 100 บาท วันที่ทำสัญญาช่วงก่อนสงครามตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบันล่าสุด เหล็กขยับขึ้นราคา จาก 100 เป็น 120 150 หรือ 200 เป็นส่วนที่ผู้รับเหมาจะต้องแบกรับภาระในส่วนนี้ไป เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคากับลูกค้ากลางทางได้
“เหมือนกับว่าเราสั่งซื้อบ้านหลังนี้ ไปด้วยราคานี้แล้ว แต่อยู่ๆ ผู้รับเหมาจะขอขึ้นราคา มันคงจะเป็นไปได้ยากมาก ถึงแม้จะมีการเจรจาปรับราคากับลูกค้าที่ทำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้งบประมาณในการสร้างบ้านพุ่งสูงกว่าที่ตั้งไว้ สร้างแรงกดดันให้กับทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านอยู่พอสมควร” พระกาฬ กล่าว

ด้านธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ ผู้รับเหมาก่อสร้างบริษัทเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ไม่เพียงแต่ผู้รับเหมารายย่อยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ผู้รับเหมารายใหญ่ที่รับงานโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้เช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน ส่งผลให้ลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น
บางโครงการก่อสร้างหลายแห่ง ถูกชะลอหรือเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเองก็ต้องพิจารณาทบทวนงบประมาณอย่างรอบคอบและถี่ถ้วนมากขึ้นก่อนอนุมัติโครงการใหม่ ส่งผลโดยตรงให้การยื่นซองประมูลงานก่อสร้างในหลายโครงการชะงัก สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการในวงการก่อสร้างเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อนานเพียงใด


“ส่วนที่จะมีปัญหาก็คือ ตอนนี้มีหลายโครงการที่เตรียมยื่นซองประมูล ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันต้องทำให้เราปรับฐานราคาขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าหากลูกค้าเจอราคาใหม่อาจจะชะลอการลงทุนหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้วช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่กำลังจะลงทุน” ธีรพัฒน์ กล่าว

ขณะที่ อรรคเดช อุดมศิริธำรง นากยสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาในจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบมาตั้งเเต่ก่อนสงครามในตะวันออกกลางจะเริ่มต้นขึ้น จากปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง ส่งผลให้มีหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นตาม ทำให้อัตราการซื้อบ้านลดลงอย่างมากในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา
“หากมองตัวเราเองเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ได้รับผลกระทบหนักก็อาจจะไม่มีใครอยากจะทำในช่วงนี้ ซึ่งก็อาจจะต้องมีการปรับพูดคุยกับเจ้าของงานว่าต้นทุนมันขึ้นจริงๆ อาจจะมีการพูดคุย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของงานว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นให้หรือไม่ เพื่อที่จะได้จบงานให้เสร็จ”
“เพราะถ้าหากสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อและยาวนาน อนาคตเราอาจจะเห็นปัญหาคนทิ้งงาน เพราะหากทำเสร็จแล้วขาดทุนก็คงไม่มีใครอยากจะทำต่อ จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในอนาคต” อรรคเดช กล่าว
ด้านข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในปี 2569 มีเเนวโน้มที่จะหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังจากพบว่ายอดการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศลดลงร้อยละ 5.1 หรือเหลือเพียงประมาณ 3 แสนหน่วย ต่ำที่สุดในรอบหลายปี







