รัฐบาลเฝ้าระวัง ‘ไวรัสฮันตา’ คุมเข้มมาตรการคัดกรองประเมินความเสี่ยง ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด

11 พ.ค. 2569 - 14:08

  • รัฐบาลเฝ้าระวัง ‘ไวรัสฮันตา’ ใกล้ชิด คุมเข้มมาตรการคัดกรองประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด

  • กรมควบคุมโรคยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อระหว่างประเทศหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) แจ้งเตือนกรณีพบผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา บนเรือสำราญต่างชาติ

  • พร้อมกำชับทุกด่านควบคุมโรคเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เดินทางและเฝ้าระวังยานพาหนะจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการนำโรคเข้าสู่ประเทศไทย

รัฐบาลเฝ้าระวัง ‘ไวรัสฮันตา’ คุมเข้มมาตรการคัดกรองประเมินความเสี่ยง ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ลลิดา เพริศวิวัฒนารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานการพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว และประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ได้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ทั้งที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและระบบเฝ้าระวังภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

The-government-is-monitoring-the-Hanta virus-and-reiterates-that-no-outbreak-has-been-detected-in-Thailand-yet-SPACEBAR-Photo02.jpg

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนาและหนูบ้าน เป็นพาหะสำคัญ การติดเชื้อมักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระหนูในพื้นที่อับอากาศ ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์

สำหรับอาการของโรค ในระยะแรกจะคล้ายไข้หวัด ก่อนที่บางรายอาจมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรค การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ

“รัฐบาลได้สั่งการให้กรมควบคุมโรคเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยประสานข้อมูลร่วมกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เพิ่มการคัดกรองโรคในผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ”

“นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยังเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พร้อมจัดทำการประเมินความเสี่ยง เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง และแนวทางตอบโต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น และควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นก่อนทำความสะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดของบ้านและสถานที่ทำงาน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง”

The-government-is-monitoring-the-Hanta virus-and-reiterates-that-no-outbreak-has-been-detected-in-Thailand-yet-SPACEBAR-Photo V01-1.jpg

กรมควบคุมโรคยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ‘ไวรัสฮันตา’ โรคติดต่อระหว่างประเทศ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อระหว่างประเทศ หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) แจ้งเตือนกรณีพบผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) บนเรือสำราญต่างชาติ พร้อมกำชับทุกด่านควบคุมโรคเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เดินทางและเฝ้าระวังยานพาหนะจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการนำโรคเข้าสู่ประเทศไทย

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แต่กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้ทุกด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และติดตามผู้เดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในกลุ่มเรือสำราญและยานพาหนะระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

“กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำมาตรการสำคัญ ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงของช่องทางเข้าออกประเทศ การตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรืออย่างละเอียดก่อนอนุญาตเข้าเทียบท่า รวมถึงการติดตามรายงานผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อบนเรืออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรือสำราญทุกลำต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียด”

“นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและกำจัดพาหะนำโรคบนเรือทุกครั้งที่เข้าเทียบท่า โดยเฉพาะเรือที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง คัดกรองอาการป่วยและซักประวัติเสี่ยงในผู้เดินทางจากประเทศที่พบเชื้อสายพันธุ์นี้ เช่น ทวีปอเมริกาใต้ โดยละเอียด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ให้เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน”

The-government-is-monitoring-the-Hanta virus-and-reiterates-that-no-outbreak-has-been-detected-in-Thailand-yet-SPACEBAR-Photo03.jpg

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์ฟันแทะสู่คนผ่านการสัมผัสปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปไม่ได้แพร่ติดต่อได้ง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด”

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่พร้อมดำเนินการทันที หากพบความเสี่ยงต่อประเทศไทย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสสัตว์ เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและดูแลรักษาได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

The-government-is-monitoring-the-Hanta virus-and-reiterates-that-no-outbreak-has-been-detected-in-Thailand-yet-SPACEBAR-Photo04.jpg

‘ดีอี’ ยันข่าวจริง พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันข่าวจริง พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในตัวค้างคาวไทย ขอติดตามข้อมูลทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนประชาชนระวังข้อมูลเท็จ

โดย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

โฆษกกระทรวงดีอี กล่าวว่า สำหรับข่าวเรื่อง “พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในตัวค้างคาวไทย” กระทรวงดีอีได้ตรวจสอบร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยจากที่มีการพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวในประเทศไทย ซึ่งเป็นการค้นพบจากระบบเฝ้าระวังโรคในสัตว์ป่าตามแนวคิด One Health ซึ่งเป็นการติดตาม ป้องกัน และควบคุมโรคระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ และจากการศึกษาพบว่า เชื้อดังกล่าวมีศักยภาพในการก่อโรค และการแพร่กระจายต่ำกว่าเชื้อ COVID-19 นอกจากนี้ วัคซีนป้องกัน COVID-19 ยังคงมีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรค จึงประเมินได้ว่าความเสี่ยงของการแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับต่ำ

“อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีมีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง”

“โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด” โฆษกกระทรวงดีอี กล่าว

สธ.สหรัฐฯ พบชาวอเมริกัน 1 รายติดเชื้อไวรัสฮันตาแล้ว และอีก 1 รายเริ่มมีอาการ

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา (11 พฤษภาคม 2569) เปิดเผยว่า ในจำนวนผู้โดยสารชาวอเมริกัน 17 คนบนเรือสำราญ MV Hondius มีอย่างน้อย 1 คนตรวจพบเชื้อ ‘ฮันตาไวรัส’ และอีก 1 คนมีอาการ ต้องเฝ้าระวัง

โดยผู้ติดเชื้อจะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ Nebraska Biocontainment Unit ทันทีเมื่อเดินทางถึงสหรัฐฯ

ขณะที่องค์การอนามัยโลกและ CDC ยืนยันว่าไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี แต่ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์